svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

วาติกันปัดร่วม "คณะกรรมการสันติภาพ" ของทรัมป์ ยันต้องผ่านยูเอ็น

19 ก.พ. 2569

วาติกันประกาศชัดไม่ขอมีส่วนร่วมใน "คณะกรรมการสันติภาพ" (Board of Peace) ของประธานาธิบดีทรัมป์ ชี้การแก้ปัญหาวิกฤตโลกควรอยู่ในอำนาจของสหประชาชาติ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์โครงการนี้เลียนแบบโครงสร้างอาณานิคม

พระคาร์ดินัล ปีเอโตร พาโรลิน เลขาธิการรัฐวาติกันและเจ้าหน้าที่ฝ่ายการทูตสูงสุด ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่า วาติกันจะไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วมในโครงการ "คณะกรรมการสันติภาพ" (Board of Peace) ที่ริเริ่มโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โดยระบุเหตุผลสำคัญว่าเนื่องจาก "ลักษณะเฉพาะตัว" ของสำนักที่ไม่ได้มีสถานะเหมือนกับรัฐทั่วไปในเชิงการเมืองโลก และย้ำจุดยืนอย่างหนักแน่นว่าความพยายามในการจัดการกับสถานการณ์วิกฤตและความขัดแย้งระดับนานาชาตินั้น ควรจะได้รับการบริหารจัดการโดย "สหประชาชาติ" (UN) เป็นหลัก ซึ่งนี่เป็นประเด็นที่วาติกันให้ความสำคัญและยืนหยัดมาโดยตลอด

การปฏิเสธในครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ซึ่งทรงเป็นพระสันตะปาปาชาวอเมริกันพระองค์แรกและทรงแสดงท่าทีวิพากษ์วิจารณ์นโยบายบางประการของทรัมป์มาโดยตลอด ได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมบอร์ดดังกล่าวเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้วาติกันซึ่งทำหน้าที่ดูแลชาวคาทอลิกกว่า 1.4 พันล้านคนทั่วโลก มักจะไม่เข้าร่วมในคณะกรรมการระหว่างประเทศในลักษณะนี้ และเน้นการทำงานผ่านหน่วยบริการทางการทูตที่กว้างขวางของตนเอง รวมถึงสถานะผู้สังเกตการณ์ถาวรในสหประชาชาติมากกว่าการเข้าไปมีส่วนร่วมในองค์กรที่ตั้งขึ้นใหม่โดยชาติใดชาติหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว

วาติกันปัดร่วม "คณะกรรมการสันติภาพ" ของทรัมป์ ยันต้องผ่านยูเอ็น

ข้อกังขาเรื่อง "โครงสร้างอาณานิคม" และการข้ามขั้นตอนยูเอ็น

โครงการ "Board of Peace" ของทรัมป์ เดิมทีถูกตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่ดูแลการบริหารจัดการชั่วคราวในฉนวนกาซาภายหลังข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทว่าทรัมป์ได้ประกาศขยายบทบาทของคณะกรรมการนี้ให้ครอบคลุมการจัดการความขัดแย้งทั่วโลกโดยมีตัวเขาเองเป็นประธาน

ซึ่งประเด็นนี้สร้างความกังวลให้กับนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนจำนวนมากที่มองว่า การที่ทรัมป์เข้ามาควบคุมบอร์ดเพื่อดูแลกิจการภายในของต่างแดนนั้น มีลักษณะที่คล้ายคลึงกับ "โครงสร้างอาณานิคม" (Colonial Structure) นอกจากนี้ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการที่ไม่เปิดโอกาสให้ตัวแทนชาวปาเลสไตน์เข้าไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมการชุดนี้เลยแม้แต่รายเดียว

ในขณะนี้ ชาติพันธมิตรตะวันตกส่วนใหญ่ต่างแสดงท่าทีระมัดระวังและยังคงรักษาระยะห่างจากข้อเสนอนี้ เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการลดทอนบทบาทและอำนาจของสหประชาชาติ โดยอิตาลีและสหภาพยุโรป (EU) ระบุว่าจะส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมนัดแรกที่กรุงวอชิงตันในวันพฤหัสบดีนี้ในฐานะ "ผู้สังเกตการณ์" เท่านั้น ยังไม่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการ ขณะที่พันธมิตรของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางบางรายเริ่มตอบรับเข้าร่วม ท่ามกลางสถานการณ์หยุดยิงในกาซาที่ยังคงเปราะบางและมีการละเมิดข้อตกลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มียอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงขึ้นกว่า 72,000 ราย และเกิดวิกฤตความอดทนรวมถึงการพลัดถิ่นของประชากรเกือบทั้งหมดในพื้นที่

ก้าวต่อไปของคณะกรรมการสันติภาพภายใต้เสียงวิจารณ์

แม้จะขาดการสนับสนุนจากองค์กรจิตวิญญาณระดับโลกอย่างวาติกัน แต่รัฐบาลทรัมป์ยังคงเดินหน้าจัดการประชุม Board of Peace นัดแรกในวันพฤหัสบดีนี้เพื่อหารือเรื่องการฟื้นฟูฉนวนกาซา โดยทรัมป์มีแผนจะขอให้ประเทศสมาชิกสมทบทุนชาติละ 1,000 ล้านดอลลาร์เพื่อเข้าเป็นส่วนหนึ่งของบอร์ด ซึ่งในขณะนี้มีรายงานว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และคูเวตอาจเป็นหนึ่งในชาติที่เริ่มให้การสนับสนุน

อย่างไรก็ตาม ภารกิจของบอร์ดนี้ยังคงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าจะเป็นความพยายามสร้างสันติภาพที่แท้จริง หรือเป็นเพียงเครื่องมือทางการเมืองเพื่อแสดงอำนาจผู้นำของสหรัฐฯ เหนือกลไกสันติภาพสากลที่โลกเคยใช้มานานหลายทศวรรษกันแน่