svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

วงวิชาการหนุนไทย-กัมพูชาฟื้นกลไกการทูต-ร่วมปราบสแกมเมอร์

14 ก.พ. 2569

ม.การต่างประเทศจีน จัดโต๊ะกลมติดตาม "ฉันทามติฝู่เซียน" ไทย-กัมพูชา หนุนใช้กลไกทวิภาคี-การทูต ร่วมมือปราบสแกมเมอร์ เพื่อประโยชน์ภูมิภาค

มหาวิทยาลัยการต่างประเทศจีน (China Foreign Affairs University – CFAU) ได้จัดการประชุมเชิงโต๊ะกลมแบบ Track II ระหว่างจีน-กัมพูชา-ไทย ที่กรุงปักกิ่ง โดยผู้เชี่ยวชาญจาก 3 ประเทศ ได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพที่กำลังดำเนินอยู่ หลังเกิดความขัดแย้งตามแนวชายแดนระหว่างกัมพูชากับไทย เพื่อให้การสนับสนุนเชิงปัญญาในการดำเนินการตาม “ฉันทามติฝู่เซียน” และฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชากับไทย ซึ่งภายในงานดังกล่าวมีนายหวัง ชือติ้ง เลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนของ CFAU และนายเกา เฟย ประธานมหาวิทยาลัย CFAU เข้าร่วมด้วย

  วงวิชาการหนุนไทย-กัมพูชาฟื้นกลไกการทูต-ร่วมปราบสแกมเมอร์

ทั้งนี้ ปลายปีที่ผ่านมา ความตึงเครียดได้ปะทุขึ้นอีกครั้งบริเวณชายแดนระหว่างกัมพูชากับไทย ระหว่างวันที่ 28–29 ธันวาคม 2025 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและหัวหน้าหน่วยงานทหารของจีน กัมพูชา และไทย ได้จัดการประชุมร่วมกันที่ทะเลสาบฝู่เซียน มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน และบรรลุฉันทามติร่วมกัน 5 ข้อ เพื่อเสริมสร้างการหยุดยิงและฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชากับไทย

อย่างไรก็ตาม การนำฉันทามตินี้ไปสู่การปฏิบัติจริงยังคงเผชิญอุปสรรคหลายประการ โดยเฉพาะความเข้าใจซึ่งกันและกันและความไว้วางใจระหว่างกัมพูชากับไทยยังคงเปราะบาง ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ CFAU จึงได้จัดเวทีการทูตแบบ Track II ขึ้น โดยรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัย เพื่อหารือประเด็นต่างๆ ที่ครอบคลุมทั้งการระงับข้อพิพาท ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศ และความมั่นคงทางทหาร

วงวิชาการหนุนไทย-กัมพูชาฟื้นกลไกการทูต-ร่วมปราบสแกมเมอร์

ศาสตราจารย์ซุน จื้อเซิง รองอธิการบดี CFAU ผู้รับผิดชอบด้านความร่วมมือระดับภูมิภาคเอเชีย ได้ระบุเป้าหมายหลักของการประชุม 3 ประการในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร China Report ASEAN ดังนี้:

 

1. ส่งเสริมสันติภาพระดับภูมิภาค โดยผลักดันการลงมือปฏิบัติจริงตามฉันทามติทางการเมือง  

2. ใช้ประโยชน์จากลักษณะไม่เป็นทางการและความยืดหยุ่นของการทูตแบบ Track II เพื่อส่งเสริมความเข้าใจร่วมกัน ชี้แจงจุดยืน และสร้างความไว้วางใจระหว่างทุกฝ่าย  

3. รวมรวมองค์ความรู้เชิงวิชาการ เพื่อให้การสนับสนุนเชิงปัญญาต่อการดำเนินการตามฉันทามติ

 

ศาสตราจารย์ซุน กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การรักษาการหยุดยิงเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงมิติพื้นฐานของสันติภาพที่ยั่งยืน ได้แก่ การศึกษา สื่อ ความสัมพันธ์ระดับประชาชน และการดำรงชีวิตของชุมชนบริเวณชายแดน “ประเด็นเหล่านี้มักถูกมองข้าม แต่กลับมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อรากฐานทางสังคมของความสัมพันธ์ทวิภาคี สันติภาพที่ยั่งยืนต้องอาศัยความเข้าใจและการไว้วางใจที่แท้จริงระหว่างประชาชนด้วยกัน”

 

ผู้เชี่ยวชาญทุกฝ่ายเห็นพ้องตรงกันว่า แม้ความตึงเครียดตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทยจะลดลงชั่วคราว แต่สถานการณ์ยังคงเปราะบาง และความมั่นคงยังพึ่งพาการยับยั้งชั่งใจทางการเมืองและการสนับสนุนจากสถาบันภายนอกเป็นหลัก สันติภาพยังไม่สามารถดำรงอยู่ได้ด้วยตัวเอง พวกเขาชี้ให้เห็นถึงความท้าทายที่เกี่ยวข้องกันหลายประการ ได้แก่ ข้อพิพาทเรื่องดินแดนในอดีตที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ความแตกต่างทางกฎหมาย กลไกการหยุดยิงที่อ่อนแอ วงจรการเมืองภายในประเทศ รวมถึงผลกระทบจากชาตินิยมและข้อมูลเท็จ

 

ในการประชุม ผู้เชี่ยวชาญได้เสนอข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติหลายประการ เช่น การค่อย ๆ กลับมาดำเนินการแลกเปลี่ยนทวิภาคีในทุกระดับ การฟื้นฟูช่องทางการสื่อสารทางการทูต การใช้กลไกความร่วมมือลุ่มแม่น้ำโขง (Lancang-Mekong Cooperation) เป็นเวทีสนทนา และการเสริมสร้างความร่วมมือร่วมกันในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามพรมแดน โดยเฉพาะการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและออนไลน์ เพื่อรักษาความปลอดภัยของประชาชนและผลประโยชน์ระดับภูมิภาค

 

นักวิชาการจากกัมพูชาและไทยชื่นชมบทบาทเชิงสร้างสรรค์ของจีนในการส่งเสริมการเจรจาและการปรองดองระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน และแสดงความหวังว่าจีนจะยังคงให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมต่อไป ทั้งในการรักษาการหยุดยิง การสนับสนุนด้านมนุษยธรรม และการฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ชายแดน

 

ศาสตราจารย์ซุน กล่าวว่า ในฐานะสถาบันการทูตเฉพาะทาง CFAU ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาภูมิภาคเอเชียมาอย่างยาวนาน โดยทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานระดับชาติของจีนสำหรับทั้ง “เครือข่ายสถาบันวิจัยเอเชียตะวันออก” (Network of East Asian Think Tanks) และ “เครือข่ายสถาบันวิจัยจีน-อาเซียน” (China-ASEAN Think Tank Network) มหาวิทยาลัยมีเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการที่กว้างขวางทั่วภูมิภาค จึงมีทั้งอำนาจเชิงสถาบันและประสบการณ์เชิงปฏิบัติที่จำเป็นต่อการจัดเวทีการทูตแบบ Track II ด้วยเครือข่ายวิชาการอันยาวนานและกลไกการทำงานที่มั่นคง CFAU จึงสามารถรวมผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสามประเทศมาร่วมการประชุมนี้ได้อย่างสำเร็จ

 

ในอนาคต CFAU จะเดินหน้าส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวิชาการและวัฒนธรรมกับสถาบันวิจัยจากประเทศต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยวางแผนจะดำเนินการวิจัยร่วมกันในประเด็นสำคัญ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน ความร่วมมือด้านการพัฒนา ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และสาธารณสุข เพื่อสนับสนุนความร่วมมือเชิงปฏิบัติ นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยจะเสริมสร้างการสื่อสารระหว่างประเทศผ่านความร่วมมือกับสถาบันที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยกำหนดความคิดเห็นสาธารณะระดับภูมิภาค และส่งเสริมแนวคิดร่วมกันว่า "สันติภาพและความมั่นคงคือรากฐานของการพัฒนาของเอเชีย" ความริเริ่มเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อปลูกฝังบรรยากาศเชิงบวกที่เอื้อต่อสันติภาพอันยั่งยืนและความมั่งคั่งร่วมกันในภูมิภาค

 

การประชุมครั้งนี้นับเป็นความพยายามครั้งแรกของสถาบันจีนในการจัดเวที Track II โดยเฉพาะเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชากับไทย นักวิชาการได้เรียกร้องให้จัดตั้งกลไกการแลกเปลี่ยนเช่นนี้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้การสนับสนุนเชิงปัญญาอย่างต่อเนื่อง และสร้างเส้นทางที่เป็นรูปธรรมสู่สันติภาพในระยะยาว