เมื่อวันศุกร์ที่ 16 มกราคม 2569 ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ตัวแทนรัฐบาลเมียนมาได้แถลงต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) หรือศาลโลก โดยยืนยันว่าประเทศแกมเบีย ซึ่งเป็นผู้ฟ้องร้อง ไม่สามารถหาหลักฐานที่มีน้ำหนักเพียงพอมาพิสูจน์ได้ว่ารัฐบาลเมียนมามีเจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวมุสลิมโรฮิงญาตามที่กล่าวหา
"แกมเบียล้มเหลวในการหาหลักฐานพิสูจน์ คดีนี้ควรตัดสินบนข้อเท็จจริง ไม่ใช่การกล่าวหาที่เลื่อนลอย" นายโก โก ไหล่ (Ko Ko Hlaing) ตัวแทนรัฐบาลเมียนมา ระบุต่อผู้พิพากษา
ตัวแทนรัฐบาลเมียนมายังย้ำว่าเหตุการณ์ความรุนแรงในปี 2017 ที่ส่งผลให้ชาวโรฮิงญากว่า 7.3 แสนคนต้องลี้ภัยไปยังบังกลาเทศนั้น เป็นเพียงปฏิบัติการทางทหารที่ชอบธรรมเพื่อต่อต้านกลุ่มก่อการร้ายมุสลิมหัวรุนแรงที่โจมตีเจ้าหน้าที่ก่อน
ยันพยายามรับผู้ลี้ภัยคืน: ชี้ปัจจัยภายนอกทำแผนชะงัก
เมียนมายังได้โต้แย้งข้อหาของแกมเบียที่ระบุว่าพฤติการณ์ของกองทัพเมียนมาเป็นการจงใจทำลายล้างกลุ่มชาติพันธุ์ โดยนายโก โก ไหล่ ยืนยันว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะรับผู้ลี้ภัยกลับมาตั้งถิ่นฐานใหม่มาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2017 แต่ความพยายามดังกล่าวต้องหยุดชะงักจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น การแพร่ระบาดของโควิด-19, ภัยธรรมชาติจากไซโคลน และความไม่สงบทางการเมืองภายในประเทศ ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของแกมเบียที่ว่าเมียนมาต้องการทำลายหรือขับไล่ประชากรกลุ่มนี้