เมื่อกัมพูชามีปัญหาในระดับที่เสื่อมเสียอย่างมากในสายตาชาวโลก จึงมีการใช้ทั้งสื่อ และ IO (Information Operation) หรือ ปฏิบัติการข่าวสารที่ใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือ หรืออาวุธเพื่อชี้นำความคิด พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายให้คล้อยตาม เพื่อ "กดดัน" โจลีที่กัมพูชามองว่าเป็น "พลเมือง" มาช่วยกอบกู้ภาพลักษณ์ ซึ่งถ้า "โจลี" ไม่รับงานพีอาร์ แต่ยอมเดินทางไปกัมพูชาสักครั้ง ก็สามารถชี้แนะผู้คนได้ว่า กัมพูชามีความปลอดภัยและไม่ได้อันตรายอย่างที่กำลังหวาดกลัวกัน
แต่ปัญหาที่กัมพูชาเผชิญคือ "ไม่สามารถติดต่อโจลีได้" ทั้งสื่อและเอเจนซีต่างพยายามอย่างหนัก ซึ่งแสดงถึงการไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวด้วยตั้งแต่แรก ถ้ามองแบบโลกสวยอาจเป็นเพราะเธอไม่ได้อยู่บ้านที่ "ลอส แองเจลิส" แล้ว ตามที่เธอบอกไว้แล้วว่าจะขายทิ้ง แต่รายงานล่าสุด ระบุว่า เธอไปอยู่ที่ "อียิปต์" เพื่อทำงานด้านมนุษยธรรมช่วยเหลือผู้อพยพ "ชาวปาเลสไตน์" ในกาซา
ฝั่งกัมพูชาพยายามติดต่อไป แต่ไม่เคยได้รับการติดต่อกลับ กระแสต่อต้านโจลี เริ่มผุดขึ้นบนโลกออนไลน์กัมพูชา มีข้อความต่อว่าเธอประมาณว่า กัมพูชา ถูกไทยรุกราน เธอเป็นพลเมืองกัมพูชาแท้ๆ ไปช่วยชาติอื่นทำไม, ตอนกัมพูชาเดือดร้อน ไม่เห็นบริจาคเงินช่วยเหลือ, เป็นถึงดาราดังระดับโลก ตอนประชาชนถูกโจมตีด้วยก๊าซพิษ ทำไมไม่ออกมาประณาม และแบบนี้เรียกว่า "เนรคุณ"
ที่จริง "โจลี" ไม่ได้หลงใหลในกัมพูชาเท่าที่ถูกเคลม เธอชอบมาประเทศไทยเช่นกัน โดยเคยมาเที่ยวที่ภูเก็ตสมัยที่ยังอยู่กับ "พิตต์" เคยฝึกมวยไทยเกี่ยวกับการใช้ "เข่าและศอก" ตอนที่แสดงเรื่อง "Lara Croft: Tomb Raider" แต่ที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก คือ การ "สักยันต์" กับ "อาจารย์หนู กันภัย" ถึง 4 ครั้ง ซึ่งครั้งแรก คือ สัก "ยันต์ 5 แถว" ที่ไหล่ซ้าย ในปี 2003 หลังจากนั้น ยังมาเติมยันต์รูปเสือขนาดใหญ่ที่หลัง" ในปี 2016 อาจารย์หนูเป็นฝ่ายบินไปสักเพิ่มให้ที่ "กัมพูชา"