สหรัฐฯ เตรียมยึดท่าเรือกับสนามบินเวเนซุเอล่า ในสงครามแก๊งยา
04 ต.ค. 2568
"ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์" ประกาศสงครามเต็มรูปแบบกับแก๊งค้ายาเสพติดในเวเนซุเอลา เตรียม "ยึดท่าเรือและสนามบิน"
ข่าว
04 ต.ค. 2568
"ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์" ประกาศสงครามเต็มรูปแบบกับแก๊งค้ายาเสพติดในเวเนซุเอลา เตรียม "ยึดท่าเรือและสนามบิน"
4 ตุลาคม 2568 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ สร้างความตกตะลึงให้กับนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ด้วยการประกาศอย่างเป็นทางการว่า สหรัฐฯ กำลังอยู่บน "ความขัดแย้งทางอาวุธที่ไม่ใช่ระหว่างประเทศ" กับ "องค์กรก่อการร้าย" ในละตินอเมริกา โดยการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ซึ่งเปิดเผยในบันทึกข้อความลับ ที่ส่งถึงสภาคองเกรส แสดงให้เห็นว่า เขามีอำนาจในการทำสงครามมากขึ้น สามารถสั่งการโจมตีและจับกุมผู้ต้องสงสัยว่า เป็นสมาชิกแก๊งค้ายาเสพติด โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการศาล ทำให้เขาถูกการวิพากษ์วิจารณ์ จากนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามที่มองว่า เป็นการขยายอำนาจเกินขอบเขต
เรื่องนี้ ยังเกิดขึ้นในขณะที่กระทรวงกลาโหม ที่ทรัมป์เปลียนชื่อเป็น "กระทรวงสงคราม" กำลังสร้างกองกำลังขนาดใหญ่พอที่จะยึดครองดินแดนบนแผ่นดินเวเนซุเอลาอย่างเงียบๆ
โดยนิตยสารข่าว "Washington Examiner" รายงานว่า ขณะที่ฝ่ายวางแผนของสหรัฐฯ มีกำลังอาวุธเพียงพอที่จะยึดท่าเรือและสนามบินสำคัญๆ ได้ เมื่อได้รับคำสั่ง โดยที่นอกชายฝั่งเวเนซุเอลา มีกองเรือรบขนาดใหญ่ที่น่าเกรงขาม 8 ลำ รวมทั้งเรือดำน้ำ และยังมีเครื่องบินขับไล่ F-35 Lightning II จำนวน 10 ลำ, หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ที่ 22 จำนวน 2,200 นาย พร้อมเครื่องบินรบโจมตีภาคพื้นดิน Harrier jump jet, เฮลิคอปเตอร์ และยานเกราะ
รายงานระบุว่า หน่วยปฏิบัติการพิเศษได้ฝึกซ้อมการกระโดดร่ม และยึดสนามบินในทะเลแคริบเบียน โดยเปอร์โตริโกกลายเป็นฐานปฏิบัติการสำคัญ ที่มีเที่ยวบินขนส่งทหารและอุปกรณ์ขึ้น-ลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จะไม่ได้ยืนยันแผนการรุกราน แต่ก็ไม่ได้ปิดบังท่าทีเช่นกัน ซึ่งการฝึกซ้อมในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แสดงให้เห็นกองกำลังยุทธวิธีพิเศษของสหรัฐฯ ยึดสนามบินได้หลังจากโดดร่มจากระดับความสูง บ่งชี้ว่ากองกำลังสหรัฐฯ กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติการในภูมิภาคนี้
สถานการณ์นี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯ กับเวเนซุเอลา โดยสหรัฐฯ ได้ประกาศว่าได้เข้าสู่ "ความขัดแย้งทางอาวุธที่ไม่ใช่นานาชาติ" กับกลุ่มค้ายาเสพติด และได้โจมตีเรือต้องสงสัยในน่านน้ำสากลใกล้กับเวเนซุเอลา ซึ่งเวเนซุเอลาได้แต่ประนามการกระทำของสหรัฐฯ และเตือนถึงผลกระทบที่จะตามมา ขณะที่ท่าทีของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการจัดกำลังพลนั้น เกินกว่าภารกิจลาดตระเวนปราบปรามยาเสพติดตามปกติ ชี้ให้เห็นว่าอาจเป็นทางเลือกในการโจมตีลึกเข้าไปในระบอบการปกครองของ ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเผด็จการ หากจำเป็น
ถ้าสถานการณ์บานปลายกลายเป็นสงครามระหว่างกัน เวเนซุเอลา ไม่มีทางเทียบสหรัฐฯ ได้เลย ทั้งในด้านกำลังพลและยุทโธปกรณ์
ด้านกำลังทหาร : สหรัฐฯ มี 1,328,000 นาย เวเนซุเอลา มี 109,000 นาย
อากาศยาน : สหรัฐฯ มี 13,043 ลำ เวเนซุเอลา มี 229 ลำ
รถถัง : สหรัฐฯ มี 4,640 คัน เวเนซุเอลา มี 172 คัน
เรือรบ : สหรัฐฯ มี 440 ลำ เวเนซุเอลา มี 34 ลำ
นิวเคลียร์ : สหรัฐฯ มี 3,700 ลำ เวเนซุเอลา มี 0 ลำ
.
