ซึ่งแหล่งข่าว 4 คน เปิดเผยต่อ CNN ว่า ถือเป็นการอธิบายครั้งแรกถึงเหตุผลที่กองทัพสหรัฐฯ ไม่ใช้ จีบียู-57 โจมตีที่ตั้งของโรงงานใน อิสฟาฮาน ทางภาคกลางของอิหร่าน ที่เชื่อว่า มียูเรเนียมเสริมสมรรถนะเกือบ 60% อยู่ในคลังแสงใต้ดินแห่งนี้ เพื่อเตรียมไว้สำหรับผลิตอาวุธนิวเคลียร์
สหรัฐฯ ใช้เครื่องบินทิ้งระเบิด "สเตลธ์ บีทู สปิริต" (B-2 Spirit) หย่อนระเบิด จีบียู-57 ลงไปที่โรงงานที่ฟอร์โดว์ กับนาทานซ์
แต่กลับยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์ค (Tomahawk) จากเรือดำน้ำ ไปโจมตีโรงงานที่อิสฟาฮาน
เพราะบางส่วนของโรงงาน "อยู่ใต้ดินที่ลึกลงไปมาก จนไม่สามารถเข้าถึงได้"
อิหร่านจึงมีศักยภาพ ที่จะย้ายทรัพยากรจำนวนมากที่เก็บไว้ไปยังพื้นที่ปลอดภัย ที่ไม่มีระเบิดชนิดใดของสหรัฐฯ สามารถเจาะทะลุลงไปถึงได้
สมาชิกวุฒิสภา ได้รับการชี้แจงว่า ชุมชนข่าวกรองของสหรัฐฯ ประเมินว่า ส่วนสำคัญที่สุดของการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่าน อยู่ที่อิสฟาฮานและฟอร์โดว์ ซึ่งรายงาน
การประเมินผลของสำนักข่าวกรองกลาโหมในสังกัดกระทรวงกลาโหม ชี้่ว่า แรงระเบิดไม่ทำลายส่วนประกอบหลักของโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งรวมถึงยูเรเนียมเสริมสมรรถนะเพียงแค่ทำให้ล่าช้าออกไปไม่กี่เดือน และเป็นไปได้ว่า ยูเรเนียมน่าจะถูกขนย้ายออกไปก่อนแล้ว
ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับ "คลังแสง" ยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะแล้วของอิหร่าน
แม้ทรัมป์จะอ้างว่า ไม่มีการเคลื่อนย้ายยูเรเนียมจากโรงงานทั้ง 3 แห่ง ที่ถูกโจมตีก็ตาม
แต่แม้กระทั่งวุฒิสมาชิกที่ของพรรครีพับลิกัน ที่อยู่ฝ่ายทรัมป์ ก็ยังเปิดเผยข้อมูลลับที่เป็นการยอมรับว่าการโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ อาจไม่สามารถทำลายวัสดุนิวเคลียร์ของอิหร่านได้ทั้งหมด
แล้วบอกด้วยว่า "ปฏิบัติการค้อนเที่ยงคืน" หรือ (Operation Midnight Hammer) ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจของกองทัพด้วย
เรื่องนี้ แสดงให้เห็นแนวทางที่สวนทางกันระหว่างทรัมป์ ที่ต้องการใช้ไม้แข็งกับอิหร่าน
ในขณะที่สมาชิกรีพับลีกันส่วนใหญ่ อยากให้อิหร่านยุติโครงการนิวเคลียร์โดยผ่านการเจรจา ที่อาจมีข้อแลกเปลี่ยนหรือเงื่อนไขที่อิหร่านยอมรับได้