เนชั่นทีวี

ข่าว

ทรัมป์ เรียก เซเลนสกี เผด็จการ รอยร้าวยิ่งลึก ขณะหาทางยุติสงคราม

20 ก.พ. 2568 | jurairat

ทรัมป์ เรียก เซเลนสกี เผด็จการ รอยร้าวยิ่งลึก ขณะหาทางยุติสงคราม

วิวาทะระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และยูเครนเดือดยิ่งขึ้น หลังโดนัลด์ ทรัมป์ เรียก โวโลดิมีร์ เซเลนสกีว่า “เผด็จการ” ยุโรปร่วมตอบโต้กลับ เสี่ยงรอยร้าวหยิบยื่นชัยชนะให้รัสเซีย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ในทรูธ โซเชียล เมื่อวันพุธโดยโจมตีประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน และเตือนให้รีบแสวงหาสันติภาพ หรือเสี่ยงสูญเสียประเทศ เขาระบุว่า “เผด็จการที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เซเลนสกีควรรีบเคลื่อนไหว หรือจะไม่เหลือประเทศอีกต่อไป”

นอกจากนี้เขาโพสต์ด้วยว่า “เซเลนสกีทำงานได้แย่มาก  ประเทศแตกเป็นเสี่ยง และหลายล้านคนเสียชีวิตโดยไม่จำเป็น”

โพสต์ของทรัมป์มีขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเซเลนสกีแถลงข่าวโจมตีว่าทรัมป์อยู่ในโลกของข้อมูลบิดเบือนที่สร้างขึ้นโดยรัสเซีย จากกรณีที่ทรัมป์ บอกว่า ยูเครนไม่ควรเป็นฝ่ายเริ่มสงครามก่อน และทรัมป์ยังพูดสนับสนุนจุดยืนของรัสเซียที่ต้องการให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ในยูเครน โดยอ้างว่า เซเลนสกีมีคะแนนนิยมเหลือไม่ถึง 4% และเห็นด้วยกับจุดยืนของรัสเซียที่ไม่ต้องการให้มีทหารนาโตประจำการในยูเครน

เซเลนสกี ยังบอกด้วยว่า เขาเชื่อว่า สหรัฐฯ กำลังช่วยให้ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน หลุดพ้นจากการโดดเดี่ยวของนานาชาติ และบอกว่า โลกกำลังเผชิญ 2 ทางเลือก คือ อยู่ข้างปูติน หรือ สันติภาพ

ขณะที่ผลสำรวจ พบว่า ชาวยูเครน 57% ไว้วางใจเซเลนสกี และแม้วาระดำรงตำแหน่ง 5 ปีของเซเลนสกีครบกำหนดสิ้นสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 แต่เนื่องจากยูเครนอยู่ภายใต้ประกาศกฎอัยการศึกนับจากรัสเซียบุกยูเครนในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ทำให้การเลือกตั้งไม่สามารถจัดขึ้นได้

และบรรดาชาติยุโรปออกมาวิจารณ์ทรัมป์ที่เรียก เซเลนสกี ว่า “เผด็จการ” โดยบอกว่าจะเป็นอันตรายต่อกระบวนการสันติภาพ นายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ ของเยอรมนี บอกว่า เป็นเรื่องผิดและอันตรายที่ไม่ยอมรับความชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตยของประธานาธิบดีเซเลนสกี และนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ของอังกฤษ โทรศัพท์ถึงเซเลนสกี และบอกว่า อังกฤษสนับสนุนเขาในฐานะผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยของยูเครน

ขณะที่เซเลนสกี เตือนว่า เป็นเรื่องยากมาก ๆ ที่ยูเครนจะรอดพ้นการโจมตีอย่างต่อเนื่องของรัสเซียโดยไม่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และขอให้สหรัฐฯ และยุโรป ผนึกกำลังกันต่อต้านการรุกรานของรัสเซีย

ส่วนประธานาธิบดีปูติน กล่าวในวันเดียวกันว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่จะแก้ไขปัญมากมาย รวมถึงวิกฤตในยูเครน โดยไม่มีการเพิ่มความไว้วางใจระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ และบอกด้วยว่า เขาอยากพบกับทรัมป์ด้วยความยินดี

สงครามในยูเครนจะครบรอบ 3 ปี ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ ในขณะที่ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าจะสิ้นสุดได้เมื่อใด และหลายฝ่ายกำลังจับตาด้วยความกังวลว่า ถ้อยแถลงของทรัมป์ที่โจมตีผู้นำยูเครนอย่างดุเดือด เป็นการเปลี่ยนแปลงจุดยืนครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ หรือไม่ หรือเป็นเพียงความพยายามกดดันให้ยุโรปเพิ่มความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครน และเป็นส่วนหนึ่งของแผนก่อนการเจรจากับปูติน

ข่าวล่าสุด