สหรัฐฯ-รัสเซีย ตกลงแนวทางร่วมมือ ยื่นข้อเสนอยุติสงครามยูเครน
18 ก.พ. 2568
คณะผู้แทนสหรัฐฯ และรัสเซีย หารือร่วมกันครั้งแรก เห็นพ้องหลักการความร่วมมือหลายเรื่อง รวมถึง การยุติสงครามในยูเครน แต่รัสเซียยังย้ำเงื่อนไขที่ยูเครนไม่อาจอมรับได้
ข่าว
18 ก.พ. 2568
คณะผู้แทนสหรัฐฯ และรัสเซีย หารือร่วมกันครั้งแรก เห็นพ้องหลักการความร่วมมือหลายเรื่อง รวมถึง การยุติสงครามในยูเครน แต่รัสเซียยังย้ำเงื่อนไขที่ยูเครนไม่อาจอมรับได้
คณะผู้แทนของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ และคณะผู้แทนของรัสเซียนำโดยเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศ หารือร่วมกันที่กรุงริยาดห์ของซาอุดิอาระเบียนานกว่า 4 ชม.ในวันอังคาร (18 กุมภาพันธ์) โดยเป็นการพบปะระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทั้ง 2 ชาติครั้งแรก หลังจากระงับไปนับจากรัสเซียบุกยูเครนในเดือนกุมภาพันธ์ 2565
สองฝ่ายเห็นพ้องหลักการ 4 ข้อ ซึ่งรวมถึง จัดตั้งคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่จะเจรจาและทำงานเพื่อนำไปสู่การยุติสงครามในยูเครนด้วยแนวทางที่ยั่งยืนและเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย และเริ่มต้นการหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทั้งในแง่ภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ ที่อาจนำไปสู่การยุติสงครามในยูเครน
นอกจากนี้สองฝ่ายยังเสนอกรอบแนวทาง ที่อาจนำไปสู่การหยุดยิง การจัดเลือกตั้งประธานาธิบดีในยูเครน และการลงนามข้อตกลงสันติภาพ
รูบิโอ บอกว่า เป้าหมายของการพบปะครั้งนี้ คือ การสานต่อประเด็นที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน พูดคุยกันทางโทรศัพท์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และเปิดช่องทางการสื่อสารระหว่างสองประเทศ และการหารือวันนี้เป็นเพียงก้าวแรกของการเดินทางยาวไกลที่ยากลำบากสู่สันติภาพในยูเครน พร้อมทั้งบอกว่า เห็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมสำหรับทั้งสหรัฐฯ และรัสเซีย หากสงครามยูเครนยุติลงได้
นอกจากนี้ลาฟรอฟ บอกว่า การหารือมีประโยชน์อย่างมาก และเชื่อว่า สหรัฐฯ มีความเข้าใจดีขึ้นเกี่ยวกับจุดยืนของรัสเซีย สองฝ่ายเห็นพ้องระดับหลักการในหลายประเด็น ซึ่งรวมถึง แต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำสหรัฐฯ และรัสเซียอีกครั้ง, เริ่มกระบวนการเจรจาเกี่ยวกับยูเครน และการเตรียมการสำหรับการพบปะระหว่างประธานาธิบดีปูติน และประธานาธิบดีทรัมป์ รวมไปถึงการสำรวจความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย
แต่เขาย้ำว่า จะไม่ยอมให้มีกองกำลังรักษาสันติภาพของนาโตหรืออียูในยูเครน ขณะที่เขาไม่ได้พูดถึงว่าจะมียูเครนเข้าร่วมการเจรจาในอนาคตหรือไม่
รัฐบาลรัสเซีย ยังย้ำจุดยืนเกี่ยวกับเงื่อนไขการยุติสงครามที่ยาวนาน 3 ปี ซึ่งไม่มีทางจะได้รับการยอมรับจากยูเครนและชาติพันธมิตร
วาซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ แจ้งต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อวันจันทร์เกี่ยวกับเงื่อนไขการยุติสงครามบางข้อว่า ดินแดนบางส่วนของยูเครน ซึ่งรวมถึงแคว้นไครเมีย ที่รัสเซียยึดได้ในปี 2557 และอีก 4 แคว้น ที่ยึดได้ในสงครามขณะนี้ จะไม่มีวันกลับคืนเป็นของยูเครน
เขาบอกด้วยว่า รัสเซียต้องการให้ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนพ้นจากตำแหน่ง และยูเครนจะต้องเป็นรัฐปลอดทหารและเป็นกลาง โดยไม่เข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มหรือพันธมิตรใด ๆ นอกจากนี้ทั้งสหภาพยุโรปและอังกฤษจะไม่ได้เข้าร่วมการเจรจา เพราะไม่สามารถทำตัวเป็นผู้ไกล่เกลี่ยได้ และไม่รักษาคำพูดอย่างสิ้นเชิง
แต่ประธานาธิบดีเซเลนสกี กล่าวในวันนี้วิจารณ์การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซีย โดยย้ำว่า ยูเครนและยุโรปควรมีส่วนร่วมในการเจรจากับสหรัฐฯ เกี่ยวกับสันติภาพและการพัฒนาหลักประกันด้านความมั่นคงที่จำเป็น พร้อมย้ำว่า ต้องการข้อตกลงที่เป็นธรรม และไม่มีการตกลงลับหลังยูเครน
เซเลนสกีซึ่งอยู่ระหว่างเยือนตุรกี ย้ำด้วยว่า ยูเครนจะไม่ให้การยอมรับทางกฎหมายในพื้นที่ส่วนที่รัสเซียยึดครองไปได้ ไม่ว่าจะเป็นไครเมียและอีก 4 แคว้นในภาคตะวันออก
และประธานาธิบดีเรเจบ ไตยิบ แอร์โดอัน ของตุรกี กล่าวขณะแถลงข่าวร่วมกับเซเลนสกีโดยเสนอเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาสันติภาพในอนาคตระหว่างรัสเซีย ยูเครน และสหรัฐฯ โดยมีเงื่อนไขว่า บูรณภาพทางดินแดนและอธิปไตยของยูเครนเป็นสิ่งที่ไม่อาจโต้แย้งได้
