สภากลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติที่ควบคุมโดยกองทัพเมียนมา ลงมติเอกฉันท์ในวันศุกร์ (31 มกราคม) ให้ขยายเวลาบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอีก 6 เดือน หลังพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารอ้างว่า ยังมีงานอีกมากที่ต้องทำเพื่อเตรียมจัดการเลือกตั้งทั่วไปที่เสรีและยุติธรรมให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งจำเป็นต้องมีเสถียรภาพและสันติภาพภายในประเทศ
การต่อเวลาภาวะฉุกเฉินล่าสุดมีขึ้นเพียง 1 วันก่อนที่จะครบรอบ 4 ปีของเหตุการณ์ที่กองทัพก่อรัฐประหารและยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนภายใต้การนำของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ NLD ภายใต้การนำของอองซาน ซูจี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564
กองทัพประกาศภาวะฉุกเฉินนาน 1 ปี หลังยึดอำนาจ และขยายเวลาทุก 6 เดือนหลายครั้งแล้ว ในช่วงที่ใช้กำลังรุนแรงปราบปรามผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย และต่อสู้กับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ และกองกำลังของกลุ่มต่อต้านรัฐประหาร เดิมกองทัพประกาศว่าจะจัดการเลือกตั้งในเดือนสิงหาคม 2566 แต่เลื่อนเรื่อยมาโดยสัญญาว่าจะจัดขึ้นในปี 2568
ขณะที่ทอม แอนดรูว์ส ผู้จัดทำรายงานพิเศษของสำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ย้ำว่า การเลือกตั้งไม่สามารถจัดขึ้นได้อย่างมีความชอบธรรมตามกฎหมาย ในขณะที่ยังคงมีการจับกุม การกักขัง และการกำจัดผู้นำฝ่ายค้าน และลิดรอนเสรีภาพสื่อ พร้อมกับเรียกร้องให้ประชาคมโลกช่วยกันยุติฝันร้ายในเมียนมา และแสดงความชื่นชมนักเคลื่อนไหวสนับสนุนประชาธิปไตย ผู้สื่อข่าว และเจ้าหน้าที่ด้านมนุษยธรรม ที่ยังคงพยายามรวบรวมข้อมูลการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นภายในเมียนมาและให้ความช่วยเหลือประชาชน