ทรัมป์หาเสียงไว้ว่าจะเก็บภาษีศุลกากรมาถึง 60% กับจีน และเก็บภาษีศุลกากรจากสินค้านำเข้าจากทุกประเทศ 10% ขณะที่จีนและสหรัฐฯ เป็นคู่ค้าสำคัญ 2 อันดับแรกของเกาหลีใต้ โดยเกาหลีใต้ส่งออกชิป, รถยนต์ และปิโตรเคมี
ผู้นำเกาหลีใต้ บอกด้วยว่า เขาคาดหวังว่า ธุรกิจอู่ต่อเรือและปิโตรเคมีจะได้รับอานิสงส์จากนโยบายพลังงานของทรัมป์ และย้ำความสำคัญของการเพิ่มความร่วมมือในอุตสาหกรรมก้าวหน้า ซึ่งรวมถึง ปัญญาประดิษฐ์, เทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีควอนตัม
และในระหว่างที่ยุนโทรศัพท์ถึงทรัมป์เมื่อวันพฤหัสบดีเพื่อแสดงความยินดีกับผลเลือกตั้ง ทรัมป์แสดงความสนใจร่วมงานกับเกาหลีใต้ในอุตสาหกรรมอู่ต่อเรือ โดยเฉพาะการต่อเรือ การส่งออก และการซ่อมบำรุงของกองทัพเรือ และสองฝ่ายตกลงจะพบกันเพื่อหารือในหลายประเด็น
นอกจากนี้ประธานาธิบดียุน กล่าวในการประชุมด้วยว่า ในแง่การป้องกันประเทศภายใต้พันธมิตรระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ จำเป็นต้องรักษาความร่วมมือในการป้องปรามเกาหลีเหนือ และเตรียมตัวสำหรับการส่งเสริมสันติภาพและความรุ่งเรืองในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
รัฐบาลทรัมป์สมัยที่ 2 อาจปรับเปลี่ยนอย่างที่คาดเดาไม่ได้เกี่ยวกับความเป็นพันธมิตรของสองประเทศ โดยอาจเพิ่มแรงกดดันให้เกาหลีใต้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในฐานะพันธมิตรของสหรัฐฯ นอกจากนี้อีกประเด็นที่เกาหลีใต้กำลังจับตา คือ ทรัมป์จะจัดการเรื่องการปลดนิวเคลียร์ในเกาหลีเหนือ และแนวทางของทรัมป์ต่อสงครามในยูเครน ที่มีทหารเกาหลีเหนือถูกส่งไปรัสเซียเพื่อสนับสนุนอย่างไร