ชัยชนะอันโดดเด่นของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สัปดาห์นี้ ทำให้เหล่านักการเมือง, ผู้นำอุตสาหกรรม และผู้บัญชาการทหารทั่วโลก เร่งพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม ก่อนที่เขาจะกลับไปทำงานที่ทำเนียบขาว ในฐานะประธานาธิบดี คนที่ 47 และเผชิญกับภูมิทัศน์ทั่วโลก ที่เต็มไปด้วยจุดร้อนหลายจุด ทั้งสงครามรัสเซียยูเครน ที่ดำเนินเข้าสู่ปีที่ 3, ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอิหร่าน ตลอดจนการแข่งขันกันในฐานะมหาอำนาจกับจีน
คาดว่า ทรัมป์กลับมาพร้อมกับ "การจัดระเบียบโลกใหม่" เพื่อแก้ปัญหายุ่งเหยิงในโลก โดยแบ่งออกเป็นหลายประเด็น โดยเริ่มจากยุโรป ที่จะมีทั้งเรื่องของสงครามยูเครนกับองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต อยู่ด้วยกัน โดยทรัมป์เคยพูดก่อนหน้านี้ว่า สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนจะไม่เริ่ม ถ้าเขาเป็นประธานาธิบดี และอ้างด้วยว่า เขาสามารถทำให้ความขัดแย้งยุติโดยทันควัน แต่ไม่ได้บอกว่าจะทำอย่างไรซึ่งล่าสุด รายงานของวอลสตรีท เจอร์นัล อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดกับทีมงานของทรัมป์ว่าแผนของทรัมป์ คือการขัดขวางไม่ให้ยูเครนเข้าเป็นสมาชิกนาโต อย่างน้อย 20 ปี และกับข้อเสนอการช่วยเหลือด้านอาวุธ
ในแผนยังรวมถึงการสร้างเขตปลอดทหาร (DMZ) ที่จะทำให้การสู้รบสงบลง และบีบให้ยูเครนต้องสูญเสียดินแดน 20% ที่จะเป็นส่วนหนึ่ง "เขตปลอดทหาร 800 ไมล์" แต่ไม่มีข้อมูลเชิงลึกว่า เขตปลอดทหารหรือเขตกันชนนี้ จะได้รับการจัดการอย่างไร นอกเหนือจากการส่งเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพของสหรัฐฯ ไปประจำการ ซึ่งแน่นอนว่า ทั้งประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี กับกองเชียร์อย่างอังกฤษ ฝรั่งเศสและเยอรมนี พากันประสานเสียงไม่เห็นด้วย