การเดินทางเยือนจีนครั้ง โชลซ์ได้ไปพร้อมกับคณะนักธุรกิจชั้นนำหลายคนของเยอรมนี เพื่อให้การเจรจาธุรกิจมีความราบรื่นขึ้น และเป็นนโยบายเดียวกับ แองเกลา แมร์เคล อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ผ่านมา ที่ใช้นโยบาย ‘สร้างความเปลี่ยนแปลงผ่านการค้า’ โดยทั้งสองคนเชื่อว่า หากประเทศไหนมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ดีต่อกัน ความสัมพันธ์ด้านการเมือง ด้านการทูตก็จะดีขึ้นตามมาด้วย โดยเฉพาะกับประเทศที่ความสัมพันธ์ด้านการทูตมีความอ่อนไหว อย่างจีน หรือรัสเซีย
เยอรมนีเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป และมีอิทธิพลด้านการเมืองมากที่สุดด้วย โดยจีนเป็นคู่ค้าที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเยอรมนี ติดต่อกันหกปีแล้ว และยังเป็นแหล่งนำเข้าที่ใหญ่ที่สุด รวมทั้งเป็นจุดหมายส่งออกที่ใหญ่เป็นอันดับสอง รองจากสหรัฐฯ และงานกว่า 1 ล้านตำแหน่งในเยอรมนี มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการค้าและการลงทุนระหว่างจีนกับเยอรมนี
จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า กรุงปักกิ่งเชื่อว่า การเดินทางเยือนของนายกรัฐมนตรีเยอรมนี “จะอัดฉีดแรงกระตุ้นใหม่ ๆ” ให้กับการพัฒนา “ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์เต็มรูปแบบ” ระหว่างทั้งสองประเทศ และ “จะมีส่วนช่วยสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และการเจริญเติบโตให้กับโลก” ด้วย