รูปลักษณ์และสมรรถนะ
อ้างอิงข้อมูลจาก สำนักข่าวเอพี ที่ได้รายงานข้อมูลของสื่อออนไลน์ยูเครน Defense Express อ้างตัวเลขจากอิหร่านที่ระบุว่า ชาเฮด เป็นโดรนรูปสามเหลี่ยม มีความยาว 3.5 เมตร กว้าง 2.5 เมตร น้ำหนักประมาณ 200 กิโลกรัม
โดรนชนิดนี้ติดเครื่องยนต์ 50 แรงม้า และมีความเร็วสูงสุด 114 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
การนำ "โดรนพิฆาต" ชนิดนี้มาใช้ในยูเครน มีลักษณะน่าสนใจคือ แม้โดรนชาเฮดจะบินได้ไกล 1,000 กิโลเมตร แต่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องโดรนอย่างนายแซเมล เบนเด็ตต์ แห่งองค์กรวิจัยด้านนโยบาย CNA กล่าวว่า ระยะบินของโดรนดังกล่าวในสงครามยูเครนสั้นกว่านั้น เขาอธิบายว่า
"สาเหตุที่โดรนบินในระยะที่ใกล้กว่าศักยภาพจริง เพราะต้องการหลีกเลี่ยงการถูกใช้คลื่นก่อกวนระบบนำทางจีพีเอสนั่นเอง"
ทางการ รัสเซีย ใช้โดรนชนิดนี้หลายลำระดมโจมตียูเครน เพื่อเลี่ยงความเสี่ยงถูกโต้กลับรุนเเรงต่อเครื่องบินรบล้ำสมัย และลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตนักบินด้วย วิธีการนี้ ทำให้รัสเซียสามารถเก็บขีปนาวุธพิสัยไกลความเเม่นยำสูงที่มีอยู่อย่างจำกัด ไว้ใช้เมื่อถึงเวลาจำเป็น
อย่างไรก็ตาม มีข้อจำกัดหรือจุดด้อยในการใช้โดรนชาเฮด เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายมิโคลา เบไลสคอฟ นักวิจัยแห่งสถาบันยุทธศาสตร์ศึกษาของยูเครน เปิดเผยว่า ระเบิดที่จะนำขึ้นไปติดตั้งกับโดรน จะมีน้ำหนักสูงสุดได้เพียง 40 กิโลกรัม ซึ่งปริมาณดังกล่าวถือว่าน้อยมากหากเทียบกับขีปนาวุธแบบปกติ ที่บินได้ไกลกว่ามากและสามารถติดระเบิดได้หนักถึง 480 กิโลกรัม
กระนั้นก็ตาม โดรนชาเฮดยังคงสามารถสร้างความเสียหายที่รุนเเรงและส่งผลต่อขวัญกำลังใจของทหารยูเครนได้
โดยในการโจมตีเมื่อวันจันทร์ (17 ต.ค.) โดรนลำหนึ่งทิ้งตัวลงไปยังอาคารที่พักอาศัยและทำลายห้องพัก 3 ห้อง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน
เบไลสคอฟ กล่าวว่าการโจมตีด้วยโดรนชาเฮด สร้างความหวั่นเกรงและความไม่มั่นใจในศักยภาพของระบบป้องกันทางอากาศของยูเครน
เบไลสคอฟ ระบุอีกว่า
"แม้รัสเซียจะใช้โดรนชนิดนี้จำนวนมาก แต่สิ่งที่รัสเซียไม่ได้กลับคืนมา คือดินแดนบางส่วนที่ยูเครนสามารถรุกคืบเข้าไปยึดคืนมาได้ในช่วงที่ผ่านมา"
เบไลสคอฟ กล่าวอีกว่า
"การโจมตีด้วยโดรนชาเฮด สร้างความหวั่นเกรงและความไม่มั่นใจในศักยภาพของระบบป้องกันทางอากาศของยูเครน"
อย่างไรก็ตามเขาระบุว่า
"แม้รัสเซียจะใช้โดรนชนิดนี้จำนวนมาก แต่สิ่งที่รัสเซียไม่ได้กลับคืนมา คือดินแดนบางส่วนที่ยูเครนสามารถรุกคืบเข้าไปยึดคืนมาได้ในช่วงที่ผ่านมา"