เป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้ามความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับซาอุฯ ที่เสื่อมถอยลงในยุคที่ซาอุฯ มี เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน หรือ MBS เป็นมกุฎราชกุมาร พ่วงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม และสหรัฐฯ มี โจ ไบเดน เป็นประธานาธิบดี ที่หาเสียงตอนเลือกตั้งว่า จะทำให้ซาอุฯ กลายเป็นประเทศ "นอกคอก" โดยมีเป้าหมายไปที่ MBS ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมและทำลายศพของจามาล คาช็อกกี ผู้สื่อข่าวชาวซาอุฯ ที่สถานกงสุลซาอุฯ ในตุรกี
เมื่อเช้าวันพฤหัสบดี (13 ตุลาคม) เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮัน รัฐมนตรีต่างประเทศ ประกาศแบบไม่ไว้หน้าไบเดนที่เพิ่งไปเยือนซาอุฯ เมื่อเดือนกรกฎาคม เพื่อเกลี้ยกล่อมให้เพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันเพื่อกอบกู้เศรษฐกิจโลกว่า ฝ่ายบริหารของไบเดนได้เข้าหาและขอร้องให้ซาอุฯ ชะลอการลดกำลังผลิตน้ำมันตามข้อตกลงระหว่างโอเปกกับโอเปกพลัสออกไปก่อน จนกว่าการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ชาวอเมริกันหลายล้านคนจะออกไปใช้สิทธิ์ผ่านพ้นไปก่อน พร้อมกับยืนยันเหตุผลเดิมว่า การตัดสินใจมีพื้นฐานจากเรื่องเศรษฐกิจล้วน ๆ "ไม่ใช่การเมือง"