สิ่งที่คุณทำ ทางเดินของคุณโฟกัสมันชัดมากเขาจึงวางคุณว่าเป็นคนดีของสังคม ชีวิตส่วนตัวต้องระวังเยอะไหม ?
อเล็กซ์ : จริงๆ ชีวิตผมไม่ค่อยมีอะไรยกเว้นงานครับ ผมไม่ได้มีสังคมที่เป็นเพื่อนนักแสดงแบบสมัยก่อนแล้ว ผมจะมีกลุ่มเพื่อนกลุ่มเดียว ที่แบบพอหลังจากการทำงานเราก็จะเจอกันแต่กลุ่มนี้ เพื่อน ครอบครัว แฟน แค่นี้ครับ รู้สึกว่ายิ่งเติบโตวงกลมของเรามันเล็กลงเรื่อยๆ แต่มันแน่นขึ้น ความสัมพันธ์ของคนรอบตัวมันดีขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกว่ามีแค่นี้มันแฮปปี้มากๆ แล้ว ไม่ค่อยชอบใช้ชีวิตที่มันแบบอะไรเยอะแยะมากมาย เวลาว่างก็อยากจะอยู่กับคนที่เรารู้สึกดีด้วย 100%
ในอดีตที่ต้องเข้าสังคม อะไรที่ต้องทำบ่อยมาก แล้วมารู้ตัวอีกทีว่าเราไม่น่าทำเลย ?
อเล็กซ์ : มีครับ อย่างแบบการอยู่กับสังคมวงการ คือแยกไม่ออกระหว่าง ความสัมพันธ์ในการทำงาน กับ ความสัมพันธ์ส่วนตัว เมื่อก่อนมันจะถูกรวมเป็นสิ่งเดียวกัน แล้วรู้สึกว่าพอทำไปสักพักแล้วมันไม่ใช่ พอเราไปอยู่ในโลกวงการบันเทิงเยอะๆ มันจะดึงเราไปเป็นในสิ่งที่เราไม่ได้อยากที่จะเป็น อยู่ที่ว่าเราจะดึงตัวของเราออกมาได้หรือเปล่า ผมเป็นคนที่ค่อยข้างใจดี ปฎิเสธคนไม่ค่อยเป็น ซึ่งเป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่หลังๆ มานี้ คือผมทำงานด้านสิ่งแวดล้อม คนจะมองว่าเราใจดี ซึ่งเราคิดว่าเราเป็นคนใจดีนะ พอเวลาเราใจดีมากๆ สุดท้ายคนที่ต้องมาเหนื่อย ต้องมาเป็นเหยื่อก็คือตัวเรา มีความคิดว่าอยากที่จะไปช่วย อยากที่จะไปทำ จนมารู้อีกทีมันเหนื่อยกับการที่เอาความรู้สึกคนอื่นมาอยู่ข้างหน้าเราตลอด ทำเพื่อคนอื่นไว้ก่อนเดี๋ยวเราค่อยว่ากันได้ ซึ่งมันมีลิมิต ทำได้แต่พอทำทุกวันมารู้ตัวอีกทีทำไมเราเหนื่อย เหมือนมันไม่ได้ดูแลความรู้สึกของตัวเอง ยอมที่จะแบกความรู้สึกของคนอื่นมาอยู่ที่เรา เพื่อที่จะให้เขารู้สึกโอเค พอมาสักพักหนึ่งมันเริ่มไม่ใช่แล้ว
จุดไหนที่รู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้ว ?
อเล็กซ์ : จุดที่เราช่วยคนอื่น จนกระทั่งไม่มีเวลาทำอะไรเป็นของตัวเอง อย่างผมทำเรื่ององค์กรช่วยหน่วยงานเยอะแยะมากมาย ช่วยด้วยความที่อยากจะช่วย แต่สุดท้ายองค์กรของเราไม่เดิน เพราะเราไม่มีเวลามาประชุม ไม่มีเวลาที่จะมานั่งจัดแจงโน้นนี่นั่น แล้วทุกปัญหาที่มันเกิดขึ้นถ้าเกิดเราย้อนกลับไปเรื่อยๆ มันจะรู้ว่าจุดกำเนิดของปัญหาคืออะไร แล้วมักจะเป็นเพราะว่าเราไม่มีเวลาหรือเราไม่ได้ไปใส่ใจกับรายละเอียดตรงนั้น เพราะเอาเวลาของเราไปมอบให้กับสิ่งที่ทั้งดีกับไม่ดีบ้าง
คุณมีกระบวนความคิดที่เปลี่ยนไปยังไง หลังจากนั้น ?
อเล็กซ์ : คิดว่าต้องเอาคนของเราก่อน ณ ตอนนี้ผมอายุ 33 มีความรับผิดชอบเยอะแยะมากมาย เรามี 2 บริษัท มีครอบครัว มีละครที่ต้องเล่น ต้องทำให้ตรงนี้ทุกคนมันแน่น ทุกคนแฮปปี้ให้ได้ก่อนที่เราจะไปให้ความสุขกับคนอื่นๆ ครับ หลังๆ ก็กล้าปฎิเสธขึ้น คิดว่ามาถึงจุดที่เราโตพอที่จะรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ดีหรือไม่ดีสำหรับตัวเราเอง ไม่จำเป็นต้องรอการประเมินของคนรอบข้าง เราทำงานหนัก ทำงานเต็มที่ ให้ใจกับทุกอย่างที่เราทำ เพราะฉะนั้นจะรู้เองว่าสิ่งที่เราทำดีหรือไม่ดี
ที่มา Woody FM