ความกังวล หรือความกดดันในการทำงาน ?
"ไม่ได้กดดัน เราคือคนทำงานแหละ ตราบใดที่เราศรัทราแล้วเชื่อมั่นในสิ่งที่เราเป็น กี้เชื่อว่าความจริงเป็นสิ่งที่มันเปลี่ยนแปลงไม่ได้อยู่แล้ว ต้องบอกว่าเราเป็นแบบนี้ทำงานมาโดยตลอด เราไม่ใช่คนที่ไปเบียดเบียนใคร เพราะฉะนั้นบางทีชะตากรรมก็พัดพาสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในชีวิตเรา แต่มันอยู่ที่มุมมองของเรา ว่าเราจะมองมันยังไงให้เป็น วันนี้ถือว่าชีวิตเราคงเหมือนละครเรื่องนึง”
ที่ผ่านมาทำอะไรมาบ้าง ?
คุณหน่อย ณฐพร : "เข้าป่าค่ะ แต่ไม่ได้ไปไกล นครนายก จริงๆ แล้วเค้าฝึกสมาธิแหละอยู่กับตัวเอง เราเจอเค้าบ้าง ตั้งแต่เค้ากลับบ้านมา จริงๆ เค้าแทบไม่ได้คุยกับใครเลย คนที่เค้าคุยด้วยทุกวันคือทนายค่ะ"
เรื่องบ้านที่ว่าขาย ?
“ขายไปนานมากแล้วค่ะ”
ข่าวที่ว่าคุณแม่เล่นการพนัน ?
"คุณแม่ก็ไม่ได้เล่น ไม่มีการเล่นการพนันใดใด บ้านคือขายไปนานมากแล้ว และบ้านนั้นคือบ้านของคุณพ่อคุณแม่ที่เราซื้อให้คุณพ่อคุณแม่”
ส่งพลังใจให้คุณแม่ ?
"ส่งพลังให้แม่ไป ด้วยตัวเราต้องเดินหน้าทำงาน เพราะว่าคุณแม่ก็เซนซิทีฟ โมเมนต์ของคนแก่เนอะกับเราเราก็เป็นนักสู้มากกว่า สู้ก็ต้องสู้ต่อไป ขอบคุณทุกคนมากค่ะ จริงๆ มีคนที่เค้าประสบความรู้สึกคล้ายๆ เรา ที่เค้าไม่ได้ออกมาเล่าให้ฟัง น่าจะมีอีกหลายร้อยเรื่องที่มีชีวิตแบบนี้แล้วก็เอาออกมาพูดไม่ได้หรือเล่าไม่ได้ อยากให้มองว่าชีวิตเราก็คือนักสู้คนหนึ่ง อยากให้ดูละครตอนจบว่าละครตอนจบเป็นยังไง วิธีให้กำลังใจตัวเอง ก็ช้าๆ ค่อยๆ ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ชีวิตก็เป็นอย่างนี้แหละ"
ทางด้าน "ทนายปิ๊ก ทรงพล อันนานนท์" ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงเรื่องกำไลอีเอ็มว่า "สองสามวันมานี้มีข่าวของการถอดกำไลอีเอ็ม ก็อย่างที่บอกบางทีข้อมูลอาจจะคลาดเคลื่อน ก็ขอความกรุณาศาล เราติดเรื่องของการที่จะต้องถ่ายทำ เพราะฉะนั้นการถอดจริงๆ แล้วคือขอศาลขอถอดชั่วคราว แต่ว่าข้อมูลบางสื่อบางท่านอาจจะได้ไปคลาดเคลื่อนหรือไม่ครบถ้วน เดี๋ยวพอเสร็จแล้วก็ต้องทำเหมือนปกติ จริงๆ คือขอศาลไว้จนกว่าจะเสร็จสิ้นภาระกิจครับ เพราะว่าตามบทหรือตามอะไรต่างๆ มันไม่สามารถให้ปรากฎตัวกำไลได้ ตรงนี้อยู่ที่เหตุผลความจำเป็นของแต่ละกรณี สุดท้ายอยู่ที่ดุลยพินิจของศาล ในส่วนของคุณแม่เราก็รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อที่จะเสนอต่อศาลเพื่อขอให้ปล่อยชั่วคราว"