แม้ว่าร่างถ้อยแถลงการณ์ผู้นำ (2022 Leaders Declaration) ที่ออกมาจะยังต้องดำเนินการสานต่อความร่วมมือจากชาติสมาชิกในการผลักดันวาระต่างๆ ให้ไปสู่เป้าหมาย แต่สำหรับไทย ในฐานะเจ้าภาพของการประชุมเอเปค ซึ่งเป็นเวทีระดับโลก ก็ถือเป็นโอกาสอันดีที่ผู้นำไทยจะใช้เวทีนี้ในการแสดงวิสัยทัศน์ในระดับนานาชาติ ในหัวข้อที่เป็นวาระของโลก ทั้งในประเด็นที่เกี่ยวกับทิศทางการค้า การลงทุนที่เชื่อมโยงกับประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ที่จะมีผลต่อเรื่องความมั่นคงอาหารและพลังงานในระยะต่อไป
ทั้งนี้ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2565 มีการประชุมสำคัญอย่างการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน การประชุม G20 การประชุม COP 27 และล่าสุดการประชุมเอเปค ซึ่งล้วนหารือถึงจุดยืนที่สำคัญของสมาชิกในประเด็นที่เป็นวาระสำคัญของโลก โดยเฉพาะความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ได้คลายความตึงเครียดลงระหว่างในระหว่างการประชุม G20 ขณะที่ประเด็นด้านสงครามรัสเซีย-ยูเครน ยังเป็นเรื่องซับซ้อนที่แต่ละประเทศล้วนมีแนวคิดที่ยังคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศตนเองเป็นสำคัญ
"การประชุมในวาระต่างๆ ของเอเปค ล้วนมีวิสัยทัศน์ที่สำคัญ ทั้งจากภาคเอกชนผ่าน APEC CEO Summit 2022 และของภาครัฐบาลผ่านการประชุมในระดับผู้นำเอเปค APEC 2022 หากผสานมุมมองจากภาคเอกชนชั้นนำของสมาชิกเอเปคเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐ น่าจะเอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลกต่อไป" ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุ