นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ ระบุ อินเดียเป็นคู่แข่งสำคัญของไทยในการส่งออกข้าวขาว การที่อินเดียประกาศระงับการส่งออกข้าวหัก และกำหนดอัตราภาษีส่งออกข้าวเปลือก ข้าวกล้อง ข้าวกึ่งขัดสี หรือข้าวขาว 20% ยกเว้นข้าวนึ่งและข้าวบาสมาติ จะเป็นผลดีต่อการส่งออกข้าวของไทย เพราะจะทำให้ราคาส่งออกข้าวอินเดียปรับขึ้นมาใกล้เคียงกับข้าวไทย และเวียดนาม จากก่อนหน้านี้ ข้าวขาวอินเดียอยู่ที่ตันละ 340 ดอลลาร์ ส่วนไทยตันละ 420 ดอลลาร์ แต่จากการเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอีก 20% ทำให้ล่าสุด ราคาข้าวอินเดียขยับขึ้นไปอีกตันละ 60-70 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 390-400 ดอลลาร์ และผู้ซื้อหันมาซื้อข้าวไทยมากขึ้น เพราะคุณภาพดีกว่า และการส่งมอบเที่ยงตรงแน่นอน
รวมทั้งขณะนี้ข้าวที่อินเดียขายไปก่อนการใช้มาตรการนี้ และอยู่ระหว่างการส่งมอบ ตกค้างที่ท่าเรือนับล้านตัน เพราะรัฐบาลประกาศใช้มาตรการทันที โดยไม่มีระยะเวลาปรับตัว ทำให้ผู้ที่ซื้อไปแล้วก็ไม่ยอมเสียภาษีเพิ่ม 20%ส่วนผู้ขายก็ไม่ยอมขาดทุน ส่งผลให้ผู้ซื้อที่ต้องการข้าวเร่งด่วน หันมาหาไทย และเวียดนาม รวมถึงในช่วงปลายปี หลายประเทศเร่งนำเข้าเพื่อสต๊อกข้าวเพื่อความมั่นคง จากความกังวลวิกฤติขาดแคลนอาหาร
“ถ้าอินเดียใช้มาตรการนี้ต่อเนื่องถึงสิ้นปี อาจทำให้ไทยส่งออกข้าวได้มากถึง 8 ล้านตัน มูลค่า 150,000 ล้านบาท จากเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ปรับเป้าหมายส่งออกข้าวปีนี้เพิ่มเป็น 7.5 ล้านตัน จากเดิม 7 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ที่ส่งออกได้ 6.1 ล้านตัน และคาดว่ามาตรการนี้อาจมีผลทำให้อินเดียส่งออกข้าวได้ 17 ล้านตัน ลดลงจากปีก่อนที่ส่งออก 21 ล้านตัน ส่วนที่หายไปจะไปเพิ่มสัดส่วนการส่งออกให้ประเทศผู้ส่งออกอื่น เช่น เวียดนาม เมียนมา และไทย