โดยเฉพาะร้านทำขนม ซึ่งมีจำนวนมากในพื้นที่ จึงสร้างโรงเรือนเพิ่มอีกเป็นแห่งที่ 3 ซื้อเป็ดมาเลี้ยงอีกกว่า 800 ตัว ขณะเก็บไข่ขายได้วันละประมาณ 500 ฟอง และในเร็วๆนี้ จะขยายสร้างโรงเรือนเลี้ยงเป็ดเพิ่มอีกประมาณ 500 ตัว ส่วนทั้งไข่เป็ด และไข่ไก่ขณะนี้เก็บไข่ได้ประมาณวันละกว่า 700 ฟอง สร้างรายได้เดือนละประมาณ 30,000 – 40,000 บาท หรือปีละประมาณ 400,000 บาท แต่อีก 3 สัปดาห์ ไก่ไข่ที่เพิ่งลงจะออกไข่ได้ทั้งหมด คาดอย่างต่ำจะได้ไข่วันละกว่า 1,000 ฟอง ซึ่งไข่เป็ด และไข่ไก่ของตนเอง จะขายในราคาถูกกว่าไข่ในท้องตลาดแผงละประมาณ 5 -10 บาท เพราะตนเองเลี้ยงคนเดียว โดยมีแม่ช่วย ไม่ต้องจ้างลูกน้อง แม้ราคาอาหารจะแพง แต่ก็อยู่ได้ และไม่พอขาย โดยไข่ไก่ของตนเอง เบอร์ 0 ขายแผงละ 120 บาท , เบอร์ 3 แผงละ 115 บาท และเบอร์ 4 แผงละ 100 บาท แต่ในขณะที่ไข่ไก่ทั่วไปที่ขายอยู่เบอร์ 0 แผงละ 130 บาท, เบอร์ 3,4 แบบคละแผงละ 120 บาท และเบอร์ 4 แผงละ 115 บาท ส่วนไข่เป็ดของตน เบอร์ 3 แผงละ 125 บาท ,เบอร์ 0 ,1 แผงละ 130 บาท ถ้าสั่งเยอะก็จะลดให้อีก 5 บาท นอกจากนั้นยังเลี้ยงหมู ซึ่งขายไปแล้วจำนวน 17 ตัว ในราคากก.ละ 110 บาท รอสั่งลูกหมูมาลงใหม่ และยังเลี้ยงวัวด้วย จำนวน 10 ตัว ขายออกไปแล้ว 2 ตัว ซึ่งเชื่อว่าที่ตัดสินใจเป็นเกษตรกรนี้ คิดไม่ผิด และจะขยายพื้นที่เลี้ยงไปเรื่อยๆ นอกจากนั้นครอบครัวยังมีสวนยาง สวนปาล์มน้ำมันด้วย โดยวัวที่เลี้ยงก็จะปล่อยให้กินหญ้าในสวนยาง และสวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งการเลี้ยงสัตว์ก็จะเป็นอีกหนึ่งอาชีพ ที่ตนเองจะทำควบคู่กับการทำสวนยางและสวนปาล์มช่วยพ่อ