เมื่อถามว่า สรุปว่าเราคุ้มครองเขาไม่ได้ เขาจึงไม่ให้ข่าวใช่ไหม พล.ท.นรธิป กล่าวว่า “ก็ประมาณหนึ่ง”
เมื่อถามว่า นอกจากปัจจัยนี้ ยังมีปัจจัยแทรกซ้อนอย่างอื่นประกอบด้วยไหม พล.ท.นรธิป กล่าวว่า “เป็นการตอบโต้ห้วงเดือนกว่าๆ หลังเกิดเหตุที่บูเก๊ะซามี(คนร้ายยิงทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย) ผมได้สั่งทุกหน่วยปิดล้อมตรวจค้น เครือข่ายต่างๆ คือ แหล่งที่โจรหลบซ่อน เป็นเวลาเดือนกว่าๆ มีการออกหมายตรวจค้นเชิญเข้าสู่การซักถามเกือบ 30 คน คือ ถ้าเราทำแบบโจรมันคงไม่เป็นแบบนี้ แต่ว่าเราเป็นรัฐ เราจะทำแบบโจรไม่ได้ เราก็เชิญเข้าศูนย์ซักถามเพื่อสอบสวน อันนี้คือเรื่องหนึ่ง
จากนั้นเราก็เปิดมาตรการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด ยังไม่จบ จะจบประมาณเดือนหน้า เราตรวจจับขบวนการค้ายาเสพติดได้จำนวนมาก ทั้งผู้ก่อการ ปริมาณยาเสพติด อันนี้กระทบแหล่งเงินทุนของกลุ่มขบวนการ อีกเรื่องคือ จับการค้าสิ่งผิดกฎหมายแนวชายแดน เช่น บุหรี่เถื่อน เดือน ก.ค. จับได้ 100 กว่าล้านบาท และล่าสุดที่ถึงจุดพีค คือ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ผ่านมา เราจับบุหรี่ 2 ล้านมวน และเงินสดอีก 18.7 ล้านบาท ก็มีการวิ่งเต้นล็อบบี้ ก็เลยเป็นหลายๆเรื่องรวมกัน และมาประกอบกับเหตุที่จะต้องทำพอดี กลุ่มขบวนการถ้าไม่มีเงินอยู่ไม่ได้อยู่แล้ว”
เมื่อถามว่า ทางการเมืองในพื้นที่เรามีปัญหาแน่ๆ เพราะเราไม่สามารถได้อะไรจากมวลชนในพื้นที่เลย ในทางการทหารเท่ากับเราแพ้ไปครึ่งหนึ่งถูกไหม พล.ท.นรธิป กล่าวว่า “เราก็ได้มวลชน ไม่ใช่ไม่ได้ เราทำอยู่แล้ว แต่ในกรอบจำกัด ไม่ได้เลยไม่ได้ มีแหล่งข่าวเครือข่ายมวลชนมีหลายกลุ่ม”
เมื่อถามว่า คืนวันที่ 22 สิงหาคม เวลา 20.00-24.00 น. 4 ชม.ก่อเหตุ 51 เหตุการณ์ แต่วันที่ 23 สิงหาคม วันรุ่งขึ้น คนร้ายยังแหวกการ์ดเข้าไปกระทำซ้ำทั้งจุดเดิมๆและจุดใหม่ เกิดอะไรขึ้น พล.ท.นรธิป กล่าวว่า “พอเกิดเหตุเราสั่งกำลังทุกหน่วย Alert ตั้งด่าน จุดตรวจ แต่คนที่ทำเป็นคนในชุมชน เขาใช้กลุ่มเครือข่ายมวลชนที่เขาจัดตั้งอยู่ในหมู่บ้าน บางทีเขาไม่ได้ใช้ถนน เขาเดินออกจากหลังหมู่บ้านมาก่อเหตุ แล้วเขาก็เลือก จุดสถานที่ราชการที่ไม่มีใครอยู่ เช่น อบต. กลางคืนอาจมียามคนหนึ่ง เขาก็แอบไปล็อกยามแล้วก็มัดและก่อเหตุ พื้นที่มันไม่ได้แคบ มันกว้าง เขาเลือกจุดอ่อนแอตรงไหนที่เขาทำได้เขาก็ทำ”
เมื่อถามว่า คนที่ลงมือเผา เผลอๆก็อยู่ในชุมชนตรงนั้น พล.ท.นรธิป กล่าวว่า “มีความเป็นไปได้มาก แบบนั้นแหละ”
เมื่อถามว่า เราจะแก้เกมอย่างไร ดูเหมือนเราจะเพลี่ยงพล้ำทั้งการเมืองและการทหารไปแล้ว พล.ท.นรธิป กล่าวว่า “ในเรื่องการทหาร เราต้องเปิดปฏิบัติการเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะลาดตระเวนการตรวจ เรื่องงานข่าว ตอนนี้ผมได้ปรับเปลี่ยนบางส่วนแล้ว ส่วนการดำเนินการต่อกลุ่มเป้าหมายมีอยู่แล้ว แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะทำยังไง”
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีการสับเปลี่ยนกำลัง จาก ทภ.1 ไปทำหน้าที่ใน จ.นราธิวาส ค่อนข้างมาก ตั้งแต่ระดับ ผบ. ปรากฏว่าไม่ดีขึ้นเลย เผลอๆหนักกว่าเก่าด้วย มันเกิดอะไรขึ้น พล.ท.นรธิป กล่าวว่า “มันมีทั้งข้อดีข้อเสีย เอาหน่วยใหม่ไปมี Alert ลาดตระเวนเฝ้าตรวจ ปิดล้อมเครือข่าย แต่ต้องยอมรับว่า จ.นราธิวาส เป็นพื้นที่ที่มีการค้าขายแนวชายแดน มีสิ่งผิดกฎหมายเยอะมาก เพราะกลุ่มผู้มีอิทธิพล กลุ่มค้าขาย เขายังใช้กลุ่มขบวนการโจรในการก่อเหตุอยู่แล้ว เราไม่ได้ปราบมิติเดียว มันมีหลายมิติ”
เมื่อถามว่า แล้วทำไมพื้นที่สีเทาๆ ที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงบางส่วนของ BRN ทำไมเราจึงปราบไม่หมด เราก็รู้ว่าใครส่งส่วยระดับไหน ใคร เท่าไหร่ ทำไมปราบไม่หมดเสียที พล.ท.นรธิป กล่าวว่า “เราก็พยายามอยู่นะ เนี่ยพอผมไปแตะเขาเรื่องพวกนี้แหละ เขาถึงเต้นกัน เฉพาะบุหรี่เถื่อนเดือนหนึ่งหลายร้อยล้านบาท น้ำมันเถื่อนยังมีอยู่ ค้าอาหารสัตว์ ถ้าทำถูกต้องก็ไม่มีปัญหา แต่ส่วนใหญ่ทำผิดกฎหมาย เราก็จับนะ ไม่ใช่ไม่จับ จับดำเนินการเนี่ยแหละ มันถึงหลายเรื่อง
อยากเรียนว่า ผมอยากให้เกิดรั้วชายแดนให้ได้ ฝากท่านด้วย ถ้ามีรั้วชายแดน การแก้ปัญหาการทำผิดเหล่านี้จะง่ายขึ้น ให้เข้าออกตามจุดผ่านแดนถาวรอย่างเดียว และแหล่งเงินทุนกลุ่มขบวนการจะถูกตัด การจัดการปัญหาจะง่ายขึ้น”
เมื่อถามว่า เคยรู้สึกไหมว่าลูกน้อง บางคน บางกลุ่มที่ไปพัวพันกับธุรกิจสีเทา วางยาท่านแม่ทัพเอง พล.ท.นรธิป กล่าวว่า “มันก็ต้องมีความรู้สึกบ้าง อาจมีส่วน เวลาผมไปตรวจเยี่ยมหน่วย ผมชี้แจงทุกครั้งว่าห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับขบวนการ ถ้าตรวจเจอจับได้ ส่งกลับ ให้หน่วยตั้งกรรมการสอบสวน ถ้าผิดจริงปลดทันที ผมเน้นย้ำทุกรอบ เพราะเวลาปลดออกจากราชการ ลูกเมียก็มาร้องห่มร้องไห้ ผมเตือนทุกครั้งว่าอย่าไปเกี่ยวข้อง ทั้งทหาร ตำรวจ ตชด. ผมเตือนหมด”
ถามว่า แต่เชื่อว่ายังมีใช่ไหม แม่ทัพภาค 4 กล่าวว่า “คนไม่ใช่คนสองคน คนเป็นหมื่น จะมีคนดีบ้าง คนเลวบ้าง เราทำยังไงให้อยู่ในกรอบให้มากที่สุด”
ถามว่า แต่ปราบไม่หมดสักที ส่วนหนึ่งมาจากเกียร์ว่างในกลไกความมั่นคงบางระดับใช่ไหม ที่ทำให้ปัจจัยหล่อเลี้ยง BRN ยังอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ พล.ท.นรธิป กล่าวว่า “ผมเชื่อว่าน่าจะมี”
เมื่อถามว่า มีการเลี้ยงไข้ด้วยเหตุผลล้านเหตุผล ความเป็นแม่ทัพเหนื่อยใช่ไหมครับ พล.ท.นรธิป กล่าวว่า “เรื่องการทำงาน ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้มาทำ ผมก็พร้อม มันก็มีบ้าง บางที บางเวลา ก็เหนื่อย แต่ว่าเพื่อบ้านเมือง ผมจะเกษียณอยู่แล้ว เรื่องพวกนี้ถ้าไม่มีเริ่มต้นมันก็ไปไม่ได้ ผมบอก เรื่องสิ่งผิดกฎหมาย เรื่องเหล่านี้มันต้องทำ จะทำได้มากน้อย ผมก็พยายามทำให้เต็มที่”