รองอธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์การผลิตและการบริโภคไข่ไก่ใกล้เคียงจุดสมดุล โดยยังต้องการการปลดไก่ไข่ยืนกรงตามอายุที่เหมาะสมและคงอัตราการส่งออกเพื่อเป็นกลไกในการปรับสมดุลปริมาณการผลิตไข่ไก่ให้สอดคล้องกับอัตราการบริโภคที่จะปรับตัวลดลงในเดือนกันยายน-ตุลาคม ดังนี้
– ขอความร่วมมือผู้เลี้ยงไก่ไข่ทุกรายเร่งปลดไก่ไข่ยืนกรงที่อายุเกิน 80 สัปดาห์ ยกเว้นรายย่อยที่เลี้ยงต่ำกว่า30,000 ตัว ที่มิใช่ฟาร์มในระบบเกษตรพันธะสัญญาของผู้ประกอบการรายใหญ่
– ขอความร่วมมือผู้เลี้ยงไก่ไข่รายใหญ่ขนาดการเลี้ยงตั้งแต่ 100,000 ตัวขึ้นไป ปลดไก่ไข่ยืนกรงที่อายุ 78 สัปดาห์ จนถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2565
– ขอความร่วมมือผู้เลี้ยง PS 16 รายผลักดันการส่งออกไข่ไก่ โดยกำหนดเป้าหมายให้ในเดือนสิงหาคมส่งออก60 ตู้คอนเทนเนอร์ (19.5 ล้านฟอง) ต่อไปในเดือนกันยายน – ตุลาคมส่งออก 100 ตู้คอนเทนเนอร์ (32 ล้านฟอง) ต่อเดือน
ทั้งนี้กรมปศุสัตว์จะประเมินสถานการณ์เป็นระยะเพื่อกำหนดมาตรการรักษาสมดุล Demand – Supply ให้เหมาะสม
สถานการณ์การเลี้ยงไก่ไข่และผลผลิตไข่ (Supply) พบว่า ปัจจุบันจำนวนไก่ไข่ยืนกรงมี 50.67 ล้านตัว ประมาณการผลผลิตไข่ไก่ 42.05 ล้านฟองต่อวัน (ข้อมูลวันที่ 25 กรกฎาคม) ส่วนอัตราการบริโภค (Demand) เฉลี่ยประมาณ41.89 ล้านฟองต่อวัน โดยคาดการณ์อัตราบริโภคภายในประเทศปัจจุบันประมาณวันละ 41.50 ล้านฟอง ขณะที่ส่งออกเฉลี่ย 389,325 ฟองต่อวัน (ข้อมูลการออกใบรับรองสุขอนามัยวันที่ 1 – 10 สิงหาคม 2565)