นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ สุรชัย สุทธิธรรม ระบุ ขณะนี้เกษตรกรกำลังประสบปัญหาการลักลอบนำเข้าเนื้อหมูจากต่างประเทศที่เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาด และมีความเป็นห่วงว่าจะเกิดการระบาดของเชื้อโรคต่างๆ มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเลี้ยงหมูทั้งระบบ เนื้อหมูและชิ้นส่วนหมูที่ลักลอบเข้ามาในประเทศมีอย่างต่อเนื่อง และวางขายทำการตลาดอย่างเปิดเผย แต่การตรวจจับยังคงน้อยมาก
ดังนั้น จึงออกมาขอความชัดเจนว่าจะสามารถร่วมมือกับภาคอย่างไรได้บ้าง เนื่องจากปัจจุบันมีการส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงที่เสียหายจากปัญหาโรคระบาด โดยเฉพาะ ASF เริ่มกลับมาเข้าขุนใหม่แล้วกว่า 1 ล้านตัว ดังนั้นก่อนที่ผลผลิตสุกรจะออกสู่ตลาดในไตรมาสที่ 4 คงไม่สามารถปล่อยให้มีการลักลอบนำเข้าแบบนี้ต่อไปได้
ด้านนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดราชบุรี นิพัฒน์ เนื้อนิ่ม ระบุ คาดว่ามีการลักลอบนำเข้าเนื้อหมูผ่านตู้คอนเทนเนอร์ราว 1,000 ตู้ จึงอยากให้ภาครัฐเข้มงวดการตรวจจับตู้คอนเทนเนอร์ที่มีการสำแดงเท็จ รวมถึงอยากให้รัฐบาลตั้งข้อสังเกตจากการตั้งราคาขายเนื้อหมูที่ต่ำกว่าปกติ เพราะต้นทุนการผลิตหมูของผู้เลี้ยงสูงขึ้นมาราว 1,000 บาทต่อตัว ทำให้ต้องขายหน้าฟาร์มอยู่ที่ 90-100 บาทต่อกิโลกรัม ราคาหมูหน้าเขียงจะต้องอยู่ที่ 190-200 บาทต่อกิโลกรัม แต่หมูที่ลักลอบมาจะขายอยู่ที่ 130-135 บาทต่อกิโลกรัม