เนชั่นทีวี

ข่าว

ไทยสร้างไทย จี้ กทม. ทบทวนร่างผังเมือง หวั่นทำน้ำท่วมกรุงถาวร

05 พ.ย. 2569 | titayu_pur

ไทยสร้างไทย จี้ กทม. ทบทวนร่างผังเมือง หวั่นทำน้ำท่วมกรุงถาวร

ไทยสร้างไทย ยื่นหนังสือจี้ผู้ว่าฯ กทม. ทบทวนร่างผังเมืองรวม ฉบับใหม่ ชี้ตัดทอนแก้มลิง ยุบทางน้ำไหล ฟลัดเวย์ ฝั่งตะวันออก-ตะวันตก เสี่ยงทำน้ำท่วมกรุงเทพฯ ถาวร

ไทยสร้างไทย ยื่นหนังสือจี้ผู้ว่าฯ กทม. ทบทวนร่างผังเมืองรวม ฉบับใหม่ ชี้ตัดทอนแก้มลิง ยุบทางน้ำไหล ฟลัดเวย์ ฝั่งตะวันออก-ตะวันตก เสี่ยงทำน้ำท่วมกรุงเทพฯ ถาวร

KEY

POINTS

  • ยื่นคัดค้านร่างผังเมืองใหม่: "ไทยสร้างไทย" ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ กทม. จี้ทบทวนร่างผังเมืองรวม กทม. ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 หวั่นทำน้ำท่วมกรุงถาวร
  • ชี้ตัดพื้นที่แก้มลิง-ฟลัดเวย์: ระบุร่างใหม่ลดพื้นที่ Flood Way ฝั่งตะวันออกจาก 1 แสนไร่เหลือ 3 หมื่นไร่ ส่วนฝั่งตะวันตกถูกตัดออกทั้งหมด ย้ำอุโมงค์ยักษ์แทนแก้มลิงไม่ได้
  • ชวนประชาชนยื่นร้องเรียน: เสนอ กทม. จัดหาพื้นที่แก้มลิงไม่ต่ำกว่า 6 ล้าน ลบ.ม. และคงพื้นที่ทางน้ำไหล พร้อมชวนคนกรุงยื่นคัดค้านผังเมืองถึง 9 พ.ย. 69

5 พฤศจิกายน 2569 พรรคไทยสร้างไทย นำทีมยื่นหนังสือต่อผู้ว่าฯ กทม. เพื่อขอให้ทบทวน ร่างผังเมืองรวม กทม. ปรับปรุงครั้งที่ 4 โดย คุณหญิงสุดารัตน์ ส่งตัวแทนสะท้อนความห่วงใยปัญหากักเก็บน้ำ และเตือนว่าการลดพื้นที่ แก้มลิง รวมถึงยุบพื้นที่ทางน้ำไหลจะเพิ่มความเสี่ยงทำให้ น้ำท่วมกรุงเทพ อย่างถาวร พร้อมเรียกร้องให้ กทม. เร่งรักษาพื้นที่ ฟลัดเวย์ ทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก หยุดเปลี่ยนสีผังเมืองเอื้อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ก่อนครบกำหนดเปิดรับฟังความเห็น 9 พ.ย. นี้

 

คณะผู้บริหารพรรคไทยสร้างไทย นำโดยนายโรจนินทร์ ศิริเบญญาภิรมย์ รองหัวหน้าพรรค ดร.ณรงค์ รุ่งธนวงศ์ ผู้อำนวยการพรรค พร้อมด้วยทีมกรรมการบริหารและรองโฆษกพรรค ได้รับมอบหมายจากคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตหัวหน้าพรรค ในฐานะประชาชนชาวกรุงเทพฯ และผู้มีส่วนได้เสีย เข้ายื่นหนังสือคัดค้านและเสนอให้ทบทวน “ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4)” ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

ไทยสร้างไทย จี้ กทม. ทบทวนร่างผังเมือง หวั่นทำน้ำท่วมกรุงถาวร

 

พรรคไทยสร้างไทยสะท้อนเสียงความห่วงใยอย่างยิ่งต่อประเด็นการบริหารจัดการน้ำและการป้องกันอุทกภัย ซึ่งพบว่าร่างผังเมืองฉบับใหม่ได้ละเลยหัวใจสำคัญในการป้องกันน้ำท่วมขัง นั่นคือ การมีพื้นที่กักเก็บน้ำรอการระบาย (แก้มลิง) และพื้นที่ทางน้ำไหล (Flood Way) ซึ่งถือเป็นข้อบกพร่องผิดพลาดอย่างร้ายแรงที่หากไม่แก้ไข จะเพิ่มความเสี่ยงสูงสุดให้คนกรุงเทพฯ เผชิญปัญหาน้ำท่วมอย่างถาวร

 

โดยคุณหญิงสุดารัตน์ระบุผ่านหนังสือร้องเรียนว่า จากประสบการณ์ทำงานแก้ไขปัญหาน้ำท่วม กทม. มายาวนาน และได้สนองพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 ขับเคลื่อนโครงการแก้มลิงแห่งแรก คือ “บึงมักกะสัน” และขยายผลสู่ “บึงหนองบอน” ได้พิสูจน์แล้วว่าแก้ปัญหาน้ำท่วมได้จริง เนื่องจากกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ลุ่มแอ่งกระทะ การระบายน้ำออกทะเลทำได้ยากโดยเฉพาะเวลาน้ำทะเลหนุน จึงจำเป็นต้องมี “พื้นที่พักน้ำ” เพื่อรอจังหวะน้ำลง หากขาดส่วนนี้ มวลน้ำจะทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน โดยเฉพาะหมู่บ้านจัดสรรเก่าและชุมชนดั้งเดิมที่ไม่ได้ถมสูง เช่น แฟลตคลองจั่น แฟลตร่มเกล้า หมู่บ้านนักกีฬา และหมู่บ้านสหกรณ์

นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในเชิงวิศวกรรมของกรุงเทพมหานคร ที่ระบุว่าจะใช้การขยายคลองและสร้างอุโมงค์ยักษ์ทดแทนแก้มลิง โดยเน้นย้ำว่า “อุโมงค์ยักษ์” ทำหน้าที่ลำเลียงน้ำเปรียบเสมือน “หลอดดูดน้ำ” แต่ “แก้มลิง” ทำหน้าที่รองรับและพักน้ำเปรียบเสมือน “ภาชนะใส่น้ำ” หากไม่มีภาชนะรองรับ อุโมงค์ยักษ์ 6 แห่งที่มีอยู่ก็จะไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังที่ปรากฏชัดในปัจจุบัน

 

ยิ่งไปกว่านั้น ร่างผังเมืองฉบับใหม่ยังมีการลดและตัดพื้นที่ทางน้ำไหล (Flood Way) หรือผังสีเขียวลาย ทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกอย่างน่าตกใจ โดยฝั่งตะวันออกถูกลดขนาดจากเดิม 100,000 ไร่ (240 ตร.กม.) เหลือเพียง 30,000 ไร่ (50 ตร.กม.) ทั้งที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำรับน้ำหลากจากปทุมธานีและนครนายก ขณะที่ฝั่งตะวันตก (ฝั่งธนบุรี) ซึ่งต้องรับน้ำหลากจากนนทบุรี กลับไม่ปรากฏพื้นที่ Flood Way เหลืออยู่เลย

 

พรรคไทยสร้างไทยจึงขอเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเร่งทบทวนและแก้ไขร่างผังเมืองรวม (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ดังนี้

 

  1. น้อมนำแนวพระราชดำริโครงการแก้มลิงมาสำรวจและจัดหาพื้นที่ทำแก้มลิงให้ได้มากที่สุด หรือไม่ต่ำกว่า 6 ล้านลูกบาศก์เมตร
     
  2. รักษาพื้นที่ทางน้ำไหล (Flood Way) หรือผังสีเขียวลาย ทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกอย่างเคร่งครัด
     
  3. ต้องไม่มีการปรับเปลี่ยนสีผังเมือง เพื่อเอื้อต่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หรือเชิงพาณิชย์ในลักษณะที่กีดขวางทางน้ำไหลตามธรรมชาติ เพื่อความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชนชาวกรุงเทพมหานครอย่างยั่งยืน

 

ทั้งนี้ พรรคขอเชิญชวนให้ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียยื่นคำร้องเพื่อขอแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกข้อกำหนดผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ซึ่งสามารถยื่นได้ถึงวันที่ 9 พ.ย. 69 นี้

ข่าวล่าสุด