ลั่นเกิดก่อนไม่ใช่ใบรับรองความน่าเคารพ
เมื่อถามถึงคำวิจารณ์จาก พล.ต.ต.วิชัย ที่ปรึกษาประธานสภาว่า หากเป็นเด็กที่พูดจาไม่เหมาะสม ผู้ใหญ่อาจต้องตักเตือนอย่างรุนแรง ภคมนตอบว่า การให้ความเคารพบุคคลไม่ควรยึดเพียงลำดับอายุ
เธอมองว่า ความเป็นผู้ใหญ่มีทั้งเรื่องวัยและความประพฤติ แต่สิ่งที่จะทำให้บุคคลได้รับความเคารพอย่างแท้จริงคือการปฏิบัติตน
“เกิดก่อนไม่ได้เท่ากับว่าเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ”
ภคมนระบุว่า การเรียกร้องให้คนอายุน้อยกว่าต้องเคารพบุคคลที่มีอายุมากกว่าเพียงเพราะความอาวุโส อาจไม่เพียงพอในบริบทของการทำหน้าที่ทางการเมือง ซึ่งบุคคลสาธารณะต้องพร้อมเปิดรับการตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์
ชี้นักการเมืองต้องใจเปิดกว้าง รับคำวิจารณ์ให้ได้
ภคมนกล่าวว่า การทำงานทางการเมืองแตกต่างจากการทำงานในระบบราชการบางลักษณะ เพราะผู้ดำรงตำแหน่งต้องเผชิญความเห็นที่หลากหลายจากประชาชน
เธอเห็นว่า นักการเมืองควรแสดงความอดทนและเปิดกว้างต่อการวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะเมื่อถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่
“คนเป็นนักการเมืองใจต้องกว้าง ต้องรับคำวิพากษ์วิจารณ์ให้ได้”
สำหรับการใช้ถ้อยคำรุนแรง ภคมนยืนยันว่าตนไม่ใช่คนที่ใช้คำหยาบคายโดยไม่มีเหตุผล แต่บางครั้งการวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสะท้อนปัญหาการใช้อำนาจ
เธอย้ำว่า การวิจารณ์ของตนเกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของประธานสภา ไม่ใช่การโจมตีภูมิหลังหรือชีวิตส่วนตัว
ภคมนกล่าวถึงแนวโน้มการดำเนินคดีว่า หากฝ่ายที่ไม่พอใจต้องการใช้กระบวนการทางกฎหมายก็สามารถดำเนินการได้ โดยตนพร้อมรับผิดชอบต่อคำพูดที่แสดงออกไป
อย่างไรก็ตาม เธอมองว่าการตอบโต้ทางการเมืองไม่จำเป็นต้องใช้กระบวนการฟ้องร้องเสมอไป และผู้ถูกวิจารณ์สามารถใช้การชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อพิสูจน์การทำหน้าที่ของตนได้
ภคมนยังตั้งคำถามว่า หากนักการเมืองไม่สามารถรับคำวิจารณ์จากผู้แทนราษฎรได้ แล้วจะรับการวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนทั่วไปอย่างไร
เธอระบุว่า หากเป็นตนเองที่ถูกกล่าวหา ก็จะเลือกอธิบายข้อเท็จจริงและแสดงให้เห็นผ่านการปฏิบัติหน้าที่ มากกว่าการฟ้องร้องเป็นลำดับแรก
“คุณฟ้องได้เลย ไม่อยากใช้คำว่าสั่งสอนผู้ใหญ่ แต่คนเป็นนักการเมือง ใจต้องกว้างพอ เมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์ สิ่งที่ต้องทำ คือ ชี้แจง แต่คุณเลือกที่จะฟ้อง แต่ไม่ได้มาโอดโอย ให้ถอนฟ้อง เอาตามที่คุณถนัดเถอะ คนอย่างดิฉันยืนตรงแล้วตรงตลอด สันหลังดิฉันไม่คด ฉันก็ใจนักเลงคนหนึ่ง”