เนชั่นทีวี

ข่าว

“ลิซ่า” โต้ “ผู้การแต้ม” ปมเด็กต้องเคารพผู้ใหญ่ ลั่นเกิดก่อนไม่ใช่ใบรับรองความน่าเคารพ

05 พ.ย. 2569 | titayu_pur

“ลิซ่า” โต้ “ผู้การแต้ม” ปมเด็กต้องเคารพผู้ใหญ่ ลั่นเกิดก่อนไม่ใช่ใบรับรองความน่าเคารพ

โฆษกพรรคประชาชนยืนยันไม่กังวล กระแสถูกแจ้งความดำเนินคดี หลังวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ประธานสภา ชี้เป็นการตรวจสอบการใช้อำนาจ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว โต้ “ผู้การแต้ม” เกิดก่อนไม่ใช่ใบรับรองความน่าเคารพ

โฆษกพรรคประชาชนยืนยันไม่กังวล กระแสถูกแจ้งความดำเนินคดี หลังวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ประธานสภา ชี้เป็นการตรวจสอบการใช้อำนาจ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว โต้ “ผู้การแต้ม” เกิดก่อนไม่ใช่ใบรับรองความน่าเคารพ

KEY

POINTS

  • ยันวิจารณ์สุจริตไม่กังวลโดนฟ้อง: "ลิซ่า ภคมน" ชี้การวิพากษ์วิจารณ์ "โสภณ ซารัมย์" เป็นการตรวจสอบการใช้อำนาจของประธานสภา ไม่ใช่เรื่องขัดแย้งส่วนตัว
  • สวนผู้การแต้มปมสัมมาคารวะ: โต้กลับคำเตือนผู้ใหญ่ ยันลำดับอายุไม่เท่ากับความน่าเคารพ การเป็นนักการเมืองต้องพร้อมเปิดกว้างรับการตรวจสอบ
  • พร้อมรับกระบวนการกฎหมาย: ลั่นใจนักเลงพอ ไม่ร้องขอให้ถอนฟ้อง พร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์และรับผิดชอบคำพูดตามกระบวนการ

5 พฤศจิกายน 2569 ลิซ่า ภคมน สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์เนชั่นออนไลน์ กรณีมีข่าวถูก แจ้งความ ดำเนินคดี สืบเนื่องจากการวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยยืนยันว่าเป็นการตรวจสอบการใช้อำนาจตามหน้าที่ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว พร้อมโต้กลับคำตักเตือนของ ผู้การแต้ม โดยลั่นชัดว่า เกิดก่อนไม่ใช่ใบรับรองความน่าเคารพ และนักการเมืองต้องใจกว้างพร้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์

 

นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ "เนชั่นออนไลน์" กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าเธอถูกแจ้งความดำเนินคดีจากการวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของนายโสภณ ซารัม ประธานสภาผู้แทนราษฎร

 

ภคมนระบุว่า เพิ่งทราบเรื่องดังกล่าวจากการรายงานข่าวเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป และยังไม่ทราบรายละเอียดว่าการแจ้งความเกี่ยวข้องกับถ้อยคำใดหรือเป็นคดีใด

 

เมื่อผู้ดำเนินรายการระบุว่า มีการกล่าวถึงการแจ้งความย้อนหลังไปประมาณ 4-5 เดือน ภคมนตอบว่าไม่เคยได้รับหมายเรียกหรือการแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับคดีดังกล่าว

“เพิ่งเห็นจากข่าวเหมือนกันค่ะ”

นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน

 

ภคมนยืนยันว่า ตลอดเวลาที่ทำหน้าที่ สส. ฝ่ายค้าน และโฆษกพรรคประชาชน การวิพากษ์วิจารณ์ของตนมุ่งไปที่การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ได้มุ่งโจมตีลักษณะทางกายภาพหรือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลใด

 

เธอมองว่า นักการเมืองมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะ ขณะที่ผู้ถูกวิจารณ์ก็มีสิทธิชี้แจงข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน

 

ยืนยันวิจารณ์การทำหน้าที่ ไม่ใช่โจมตีส่วนตัว

 

เมื่อถูกถามถึงถ้อยคำวิพากษ์วิจารณ์ที่รุนแรง ซึ่งมีการใช้คำว่า “เป็นขี้ข้านายโดยไม่เหนียมอาย” ภคมนระบุว่า แม้ข้อความจะสั้น แต่ตนเห็นว่าความหมายชัดเจนแล้ว และเป็นการสะท้อนความไม่เห็นด้วยต่อพฤติกรรมการใช้อำนาจที่เธอกำลังตั้งคำถาม

 

ภคมนยืนยันว่า ไม่ได้มีความขัดแย้งส่วนตัวกับนายโสภณ โดยที่ผ่านมาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ประธานสภาก็เคยให้ความเป็นธรรมแก่ตนในการอภิปราย และทำหน้าที่จัดการข้อประท้วงจากสมาชิกฝ่ายอื่นอย่างเหมาะสม

 

แต่เธอมองว่า ความสัมพันธ์ส่วนตัวไม่ควรเป็นเหตุให้ละเว้นการวิพากษ์วิจารณ์การใช้อำนาจในฐานะประธานสภา

“ดิฉันไม่เคยไปก้าวก่ายก้าวล่วงเรื่องส่วนตัวอะไร เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าการทำงานของดิฉันที่ผ่านมา ถ้าจะวิจารณ์กัน ดิฉันคิดว่าวิจารณ์ด้วยความสุจริต”

ลั่นเกิดก่อนไม่ใช่ใบรับรองความน่าเคารพ

 

เมื่อถามถึงคำวิจารณ์จาก พล.ต.ต.วิชัย ที่ปรึกษาประธานสภาว่า หากเป็นเด็กที่พูดจาไม่เหมาะสม ผู้ใหญ่อาจต้องตักเตือนอย่างรุนแรง ภคมนตอบว่า การให้ความเคารพบุคคลไม่ควรยึดเพียงลำดับอายุ

 

เธอมองว่า ความเป็นผู้ใหญ่มีทั้งเรื่องวัยและความประพฤติ แต่สิ่งที่จะทำให้บุคคลได้รับความเคารพอย่างแท้จริงคือการปฏิบัติตน

“เกิดก่อนไม่ได้เท่ากับว่าเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ”

ภคมนระบุว่า การเรียกร้องให้คนอายุน้อยกว่าต้องเคารพบุคคลที่มีอายุมากกว่าเพียงเพราะความอาวุโส อาจไม่เพียงพอในบริบทของการทำหน้าที่ทางการเมือง ซึ่งบุคคลสาธารณะต้องพร้อมเปิดรับการตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์

 

ชี้นักการเมืองต้องใจเปิดกว้าง รับคำวิจารณ์ให้ได้

 

ภคมนกล่าวว่า การทำงานทางการเมืองแตกต่างจากการทำงานในระบบราชการบางลักษณะ เพราะผู้ดำรงตำแหน่งต้องเผชิญความเห็นที่หลากหลายจากประชาชน

 

เธอเห็นว่า นักการเมืองควรแสดงความอดทนและเปิดกว้างต่อการวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะเมื่อถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่

“คนเป็นนักการเมืองใจต้องกว้าง ต้องรับคำวิพากษ์วิจารณ์ให้ได้”

สำหรับการใช้ถ้อยคำรุนแรง ภคมนยืนยันว่าตนไม่ใช่คนที่ใช้คำหยาบคายโดยไม่มีเหตุผล แต่บางครั้งการวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสะท้อนปัญหาการใช้อำนาจ

 

เธอย้ำว่า การวิจารณ์ของตนเกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของประธานสภา ไม่ใช่การโจมตีภูมิหลังหรือชีวิตส่วนตัว

 

ภคมนกล่าวถึงแนวโน้มการดำเนินคดีว่า หากฝ่ายที่ไม่พอใจต้องการใช้กระบวนการทางกฎหมายก็สามารถดำเนินการได้ โดยตนพร้อมรับผิดชอบต่อคำพูดที่แสดงออกไป

 

อย่างไรก็ตาม เธอมองว่าการตอบโต้ทางการเมืองไม่จำเป็นต้องใช้กระบวนการฟ้องร้องเสมอไป และผู้ถูกวิจารณ์สามารถใช้การชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อพิสูจน์การทำหน้าที่ของตนได้

 

ภคมนยังตั้งคำถามว่า หากนักการเมืองไม่สามารถรับคำวิจารณ์จากผู้แทนราษฎรได้ แล้วจะรับการวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนทั่วไปอย่างไร

 

เธอระบุว่า หากเป็นตนเองที่ถูกกล่าวหา ก็จะเลือกอธิบายข้อเท็จจริงและแสดงให้เห็นผ่านการปฏิบัติหน้าที่ มากกว่าการฟ้องร้องเป็นลำดับแรก

“คุณฟ้องได้เลย ไม่อยากใช้คำว่าสั่งสอนผู้ใหญ่ แต่คนเป็นนักการเมือง ใจต้องกว้างพอ เมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์ สิ่งที่ต้องทำ คือ ชี้แจง แต่คุณเลือกที่จะฟ้อง แต่ไม่ได้มาโอดโอย ให้ถอนฟ้อง เอาตามที่คุณถนัดเถอะ คนอย่างดิฉันยืนตรงแล้วตรงตลอด สันหลังดิฉันไม่คด ฉันก็ใจนักเลงคนหนึ่ง”

ข่าวล่าสุด