สมาพันธ์ SME ไทย จึงขอเสนอให้รัฐบาลและกรุงเทพมหานครเปลี่ยนวิธีคิดจากการป้องกันเพียงอย่างเดียว ไปสู่ "Flood Resilience" (ความยืดหยุ่นในการฟื้นตัว) คือ “รู้ล่วงหน้า → ระบายเร็ว → การเดินทางไม่ล่มทั้งระบบ → ธุรกิจหยุดสั้นที่สุด → ฟื้นตัวได้เร็วที่สุด” โดยขอเรียกร้องให้รัฐบาลและกรุงเทพมหานครใช้อำนาจ งบประมาณ และกลไกที่มี “สั่งการและลงมือทันที” ผ่านมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟู 5 ข้อ ดังนี้
1.พักหนี้และภาระดอกเบี้ย: ช่วยผู้ประสบภัยให้มีเวลาตั้งหลัก 6 เดือน - 1 ปี โดยไม่ถูกภาระหนี้ซ้ำเติม
2.เติมเงินทุนฟื้นฟูทันที: สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เงื่อนไขผ่อนปรน เพื่อซ่อมแซมร้านค้า เครื่องจักร สต็อกสินค้า และกลับมาเปิดกิจการได้เร็วที่สุด
3.เร่งเงินช่วยเหลือเยียวยาให้ถึงมือ: ลดขั้นตอน เอกสาร และเร่งจ่ายเงินชดเชยแก่ MSME และประชาชนที่ขาดสภาพคล่อง ให้เข้าถึงเงินเยียวยาได้อย่างรวดเร็ว
4.ช่วยบรรเทาต้นทุนคงที่: ช่วยอุดหนุนหรือเยียวยาต้นทุนที่ยังเดินต่อ หรือขอความร่วมมือหรือมีมาตรการด้านภาษีจูงใจกับห้างสรรพสินค้าและผู้ให้เช่าที่ ช่วยลดค่าเช่า เพื่อบรรเทาภาระ ค่าเช่า ค่าจ้าง และค่าสาธารณูปโภค ในช่วงที่ไร้รายได้
5.เร่งสร้างรายได้กลับคืนชุมชน: กระตุ้นการจับจ่าย เปิดพื้นที่ค้าขาย และเชื่อมตลาด Offline-Online นำเงินกลับเข้าสู่มือคนตัวเล็ก
“อำนาจไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อบริหารราชการ แต่มีไว้เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน ทุกวันที่ธุรกิจหยุด คือรายได้ที่หายไป ทุกวันที่ไม่มีเงินทุน คือโอกาสที่หายไป และทุกวันที่รัฐยังไม่ลงมือ อาจหมายถึงอีกหนึ่งธุรกิจที่ไม่มีแรงพอจะกลับมา สมาพันธ์ SME ไทยจึงขอฝากถึงรัฐบาลและกรุงเทพมหานคร ให้ตัดสินใจ สั่งการ และระดมทุกหน่วยงานช่วยเหลือคนตัวเล็กทันทีโดยไม่ต้องรอให้น้ำลด”