ทว่าเมื่อถึงเวลานัดหมาย ปรากฏว่า "บุ๋ม ปนัดดา" ได้ส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์แจ้งมายังสื่อมวลชนว่า เธอจะไม่เดินทางมาที่สำนักงานเขตบางพลัดเพื่อทำเรื่องหย่าแล้ว เนื่องจาก "ก็อต" ผู้เป็นสามียังไม่ได้ติดต่อกลับมา
อย่างไรก็ตาม แม้จะได้รับการแจ้งยกเลิก แต่จนกระทั่งถึงเวลา 11.00 น. ก็ยังมีสื่อมวลชนจำนวนมากปักหลักรอสังเกตการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ลั่นหากไม่ยอมหย่าเตรียมฟ้อง – ชี้เปิดโอกาสให้ออกมาโต้แย้ง
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา “บุ๋ม ปนัดดา” ได้เคยให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการดำเนินการหากข้อตกลงไม่เป็นไปตามนัดหมายไว้ว่า "หากเขาไม่ยอมมาหย่า ก็คงต้องดำเนินการฟ้องหย่าตามกฎหมาย ส่วนจะมาหรือไม่นั้น ตอนนี้กำลังรอให้ทนายความของเขาติดต่อมา และหากเขาต้องการจะออกมาโต้แย้งหรือออกมาชี้แจงใด ๆ ก็ถือเป็นสิทธิของเขา"
เฉลยเหตุผลเลือก “เขตบางพลัด” – เผยเกร็ดความหมายมงคลสู้เรื่องเลิกรา
สำหรับคำถามที่ว่า เหตุใด "บุ๋ม ปนัดดา" จึงเลือกเดินทางมาทำเรื่อง "หย่า" ที่สำนักงานเขตบางพลัดนั้น เจ้าตัวได้เคยให้เหตุผลไว้ในเชิงติดตลกว่า "เลือกเขตนี้เลย เพราะรู้สึกว่าชื่อมันเหมาะดี" เนื่องจากคำว่า "บางพลัด" ไปพ้องเสียงกับความหมายของการ "พลัดพราก" หรือการ "เลิกรา" กันนั่นเอง
อย่างไรก็ดี ในทางกฎหมายเกี่ยวกับการจดทะเบียนหย่านั้น คู่สมรสสามารถเดินทางไปดำเนินการ ณ สำนักงานเขตหรืออำเภอใดก็ได้ทั่วประเทศไทย โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเขตหรืออำเภอเดียวกับที่เคยจดทะเบียนสมรสไว้แต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน ในมุมของชื่อสถานที่ ที่ผ่านมาในแต่ละปี ทางสำนักงานเขตบางพลัดมักจัดกิจกรรมพิเศษในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ (14 กุมภาพันธ์ 2569) สำหรับคู่รักที่มาจดทะเบียนสมรส ภายใต้คอนเซปต์ "บางพลัด พัดเรามาคู่กัน นิรันดร" ซึ่งเป็นการนำชื่อเขต "บางพลัด" มาเปรียบเปรยในเชิงมงคล เพื่อสื่อความหมายว่า ถึงแม้ชื่อเขตจะมีคำว่า "พลัด" แต่ก็หมายถึงสายลมที่พัดพาคนสองคนให้มาพบเจอและครองคู่กันอย่างยั่งยืนนิรันดร ถือเป็นการแก้เคล็ดและสร้างบรรยากาศอบอุ่นให้แก่คู่รักที่เดินทางมาจดทะเบียนสมรส ณ เขตแห่งนี้