เนชั่นทีวี

ข่าว

เพิ่มโทษขั้นสุด! "นายกฯ" ดันแก้ 2 กฎหมายยาเสพติด "ครอบครอง=จำหน่าย" สันนิษฐานทั้ง "เสพ-ขาย" สั่งสกัดกั้นตั้งแต่ต้นทาง

26 ต.ค. 2569 | natthanan_chu

เพิ่มโทษขั้นสุด! "นายกฯ" ดันแก้ 2 กฎหมายยาเสพติด "ครอบครอง=จำหน่าย" สันนิษฐานทั้ง "เสพ-ขาย" สั่งสกัดกั้นตั้งแต่ต้นทาง

เพิ่มโทษขั้นสุด! "นายกฯ" ดันแก้ 2 กฎหมายยาเสพติด "ครอบครอง=จำหน่าย" สันนิษฐานทั้ง "เสพ-ขาย" สั่งสกัดกั้นตั้งแต่ต้นทาง เพิ่มอำนาจเจ้าหน้าที่

เพิ่มโทษขั้นสุด! "นายกฯ" ดันแก้ 2 กฎหมายยาเสพติด "ครอบครอง=จำหน่าย" สันนิษฐานทั้ง "เสพ-ขาย" สั่งสกัดกั้นตั้งแต่ต้นทาง เพิ่มอำนาจเจ้าหน้าที่

KEY

POINTS

  • ยื่นแก้ 2 พ.ร.บ. ยาเสพติด: ยื่นแก้ไขกฎหมายเพิ่มโทษ "ครอบครองเท่ากับจำหน่าย" สันนิษฐานทั้งเสพและขาย
  • ลุยตัดต้นทาง-ไร้ประนีประนอม: สั่งโฟกัสสกัดกั้นแหล่งลำเลียงและลักลอบผลิตยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง
  • ชมเขาย้อยจับล็อตใหญ่: ชื่นชมทุกหน่วยงานจับกุมรายใหญ่ จ.เพชรบุรี สั่งผู้ว่าฯ ร่วมมือตำรวจ-ทหารเข้ม

26 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าว มอบนโยบายด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยระบุว่า ได้มีการยื่นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายยาเสพติด และร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมวิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … เพื่อเป็นการเพิ่มโทษ

 

"ทั้งนี้ กำหนดให้เป็นข้อกล่าวหาว่า หากเป็นผู้ที่ถือครองยาเสพติดแล้ว จะถูกสันนิษฐานว่าเป็นทั้งผู้เสพและผู้จำหน่าย ซึ่งจะทำให้มีโทษที่เพิ่มมากขึ้น และเมื่อกฎหมายฉบับใหม่ออกมา จะเป็นการเพิ่มอำนาจให้กับเจ้าหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามกระบวนการค้ายาเสพติดให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น" นายอนุทิน ระบุ

 

เพิ่มโทษขั้นสุด! "นายกฯ" ดันแก้ 2 กฎหมายยาเสพติด "ครอบครอง=จำหน่าย" สันนิษฐานทั้ง "เสพ-ขาย" สั่งสกัดกั้นตั้งแต่ต้นทาง

 

เพิ่มโทษขั้นสุด! "นายกฯ" ดันแก้ 2 กฎหมายยาเสพติด "ครอบครอง=จำหน่าย" สันนิษฐานทั้ง "เสพ-ขาย" สั่งสกัดกั้นตั้งแต่ต้นทาง

 

เพิ่มโทษขั้นสุด! "นายกฯ" ดันแก้ 2 กฎหมายยาเสพติด "ครอบครอง=จำหน่าย" สันนิษฐานทั้ง "เสพ-ขาย" สั่งสกัดกั้นตั้งแต่ต้นทาง

ตำรวจ ปส. ยิงปะทะแก๊งค้ายาเสพติด ที่เขาย้อย เพชรบุรี เสียชีวิตคาที่ 2 ราย ยึดยาไอซ์ได้เต็มคันรถ

 

เพิ่มโทษขั้นสุด! "นายกฯ" ดันแก้ 2 กฎหมายยาเสพติด "ครอบครอง=จำหน่าย" สันนิษฐานทั้ง "เสพ-ขาย" สั่งสกัดกั้นตั้งแต่ต้นทาง

 

สั่งโฟกัสสกัดกั้นตั้งแต่ต้นทาง ชมผลงานจับใหญ่ เพชรบุรี ลั่นไม่มีประนีประนอม

 

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ขอให้เน้นความสำคัญไปที่การสกัดกั้นแหล่งลำเลียง และการลักลอบผลิตยาเสพติดเข้าประเทศ โดยต้องโฟกัสตั้งแต่ต้นทางไม่ให้น้อยกว่าปลายทาง เพราะหากไม่แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ก็จะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้มาก และจะส่งผลให้คุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนลดลง


"นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมผู้ว่าราชการจังหวัด ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ จนสามารถสกัดกั้นยาเสพติดรายใหญ่ได้ เช่น ในพื้นที่อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี พร้อมทั้งขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีความจริงจังในการร่วมมือกับฝ่ายตำรวจ ทหาร และฝ่ายความมั่นคงในแต่ละพื้นที่ โดยต้องไม่มีการประนีประนอมกับกระบวนการค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาด" นายกฯ เผย

 

การประกาศสงครามยาเสพติด 6 เดือนของรัฐบาล

 

ด้าน รศ.ดร.ฐิติวุฒิ บุญยวงศ์วิวัชร อาจารย์ประจำ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชี้ การประกาศสงครามยาเสพติด 6 เดือนของรัฐบาลเป็นความพยายามเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปราม แต่ปัญหายาเสพติดในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการลักลอบขนส่งหรือการแพร่ระบาดภายในประเทศ หากเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจสงครามในเมียนมา เครือข่ายทุนผิดกฎหมาย และโครงสร้างอำนาจตามแนวชายแดน จึงมีข้อสังเกต 4 ประการ ดังนี้ 

 

เพิ่มโทษขั้นสุด! "นายกฯ" ดันแก้ 2 กฎหมายยาเสพติด "ครอบครอง=จำหน่าย" สันนิษฐานทั้ง "เสพ-ขาย" สั่งสกัดกั้นตั้งแต่ต้นทาง รศ.ดร.ฐิติวุฒิ บุญยวงศ์วิวัชร อาจารย์ประจำ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชี้ การประกาศสงครามยาเสพติด 6 เดือนของรัฐบาลเป็นความพยายามเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปราม

 

จุดอ่อนของนโยบาย….

 

  • 1. ปราบปรามปลายทาง แต่ยังไม่เปลี่ยนโครงสร้างการผลิตต้นทาง แม้จะยึดยาเสพติดได้มากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่ากำลังการผลิตลดลง ข้อมูล UNODC ระบุว่าการยึดเมทแอมเฟตามีนในภูมิภาคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เครือข่ายการผลิตยังปรับตัวได้
  • 2. ยาเสพติดไม่ใช่เพียงปัญหาอาชญากรรม แต่เป็นเรื่องเศรษฐกิจยาเสพติดในรัฐฉาน สัมพันธ์กับสงคราม การควบคุมพื้นที่ และเครือข่ายผลประโยชน์ การปราบปรามโดยไม่เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทุน อำนาจ และความขัดแย้ง อาจทำให้เครือข่ายเพียงเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงาน
  • 3. การเน้นจำนวนการจับกุมมากกว่าการจัดการทุนผิดกฎหมาย ผู้ลำเลียงและผู้ค้ารายย่อยมักเป็นผู้รับความเสี่ยง ขณะที่ผู้ลงทุนและเครือข่ายการเงินอาจยังดำเนินธุรกิจต่อไปได้ หากไม่สามารถจัดการวงจรเงินทุน การปราบปรามก็อาจไม่กระทบโครงสร้างธุรกิจอย่างแท้จริง
  • 4. ความคลุมเครือ การใช้มาตรการระยะสั้น จัดการปัญหาระยะยาว กล่าวคือการดำเนินงาน 6 เดือนอาจสร้างผลการปฏิบัติที่ชัดเจน แต่ยังไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจยาเสพติดที่ฝังตัวอยู่ในความขัดแย้งและระบบผลประโยชน์ข้ามชาติ

 

ข้อเสนอแนะนโยบาย 4 ประการ….

 

  • 1. จัดการเศรษฐกิจยาเสพติดทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิต การลงทุน การลำเลียง จนถึงตลาดผู้บริโภค โดยใช้ข้อมูลราคาและอุปทานประกอบการประเมินผล
  • 2. ยกระดับงานข่าวกรองทางเศรษฐกิจและการเงิน มุ่งตรวจสอบผู้ลงทุน ผู้รับผลประโยชน์ และเครือข่ายฟอกเงิน มากกว่าการจับกุมผู้ลำเลียงเพียงอย่างเดียว
  • 3. เชื่อมโยงนโยบายยาเสพติดกับความมั่นคงชายแดนและสถานการณ์การเมืองเมียนมา เพราะการลดเศรษฐกิจยาเสพติดจำเป็นต้องเข้าใจโครงสร้างอำนาจในพื้นที่ความขัดแย้ง ควบคู่กับการสร้างทางเลือกทางเศรษฐกิจที่ถูกกฎหมาย
  • 4. การเปลี่ยนวิธีวัดความสำเร็จของรัฐบาล จากจำนวนคดีและปริมาณยาเสพติดที่ยึดได้ ไปสู่การวัดว่าตลาดยาเสพติดหดตัวลงหรือไม่ ประชาชนเข้าถึงยาได้ยากขึ้นเพียงใด และเครือข่ายผิดกฎหมายสูญเสียความสามารถในการสะสมทุนมากน้อยแค่ไหน
     

ข่าวล่าสุด