มธ. ผนึก ASMG ออกฉันทามติ คุมก่อนมะเร็งกระเพาะอาหาร
25 ต.ค. 2569 | apirak_pra

มธ. จับมือ ASMG และผู้เชี่ยวชาญระดับโลก รับรองฉันทามติแนวทางดูแลภาวะก่อนมะเร็งกระเพาะอาหาร วางเกณฑ์คัดกรองตรงจุด หวังลดอัตราเสียชีวิตในไทยและอาเซียน
Feature & Lifestyle
25 ต.ค. 2569 | apirak_pra

มธ. จับมือ ASMG และผู้เชี่ยวชาญระดับโลก รับรองฉันทามติแนวทางดูแลภาวะก่อนมะเร็งกระเพาะอาหาร วางเกณฑ์คัดกรองตรงจุด หวังลดอัตราเสียชีวิตในไทยและอาเซียน
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านระบบทางเดินอาหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ ASEAN Stomach and Microbiota Study Group (ASMG) และคณะผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินอาหารจากนานาชาติ จัดประชุมและลงมติรับรองฉันทามติ “Gastric Premalignant Conditions in Southeast Asia: Prevention, Diagnosis, Surveillance, and Management—A Multinational Expert Consensus” เพื่อสร้างแนวทางเวชปฏิบัติในการดูแลภาวะก่อนมะเร็งกระเพาะอาหารที่มีหลักฐานวิชาการรองรับ และตอบโจทย์ระบบสาธารณสุขของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแท้จริง
ศ. นพ.รัฐกร วิไลชนม์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านระบบทางเดินอาหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเลขาธิการ ASMG เปิดเผยว่า การป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหารไม่ได้จำกัดแค่การกำจัดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori (H. pylori) เท่านั้น แต่ต้องครอบคลุมถึงการตรวจจับภาวะก่อนมะเร็ง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีเยื่อบุกระเพาะอาหารฝ่อหรือเยื่อบุแปรสภาพเป็นชนิดลำไส้ ซึ่งผู้ป่วยบางรายยังมีความเสี่ยงพัฒนาเป็นมะเร็งได้แม้จะกำจัดเชื้อหมดแล้ว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาแพทย์ในภูมิภาคต้องอ้างอิงแนวทางจากชาติตะวันตกหรือเอเชียตะวันออกอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งมีความชุกของโรค ปัจจัยเสี่ยง และทรัพยากรทางการแพทย์ที่แตกต่างกัน ฉันทามตินี้จึงถูกสังเคราะห์ขึ้นเพื่อช่วยให้แพทย์ระบุกลุ่มเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ วางแผนเฝ้าระวังอย่างตรงจุด และใช้ทรัพยากรการตรวจส่องกล้องอย่างคุ้มค่าสูงสุด โดยเตรียมผลักดันตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติต่อไป
ด้าน ศ. พญ.วโรชา มหาชัย ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ความเป็นเลิศฯ มธ. ระบุเสริมว่า การตรวจพบภาวะก่อนมะเร็งไม่ได้แปลว่าผู้ป่วยจะต้องเป็นมะเร็งเสมอไป แต่นับเป็นโอกาสทองในการตัดวงจรโรคก่อนลุกลาม การประเมินต้องนำประวัติครอบครัว ไลฟ์สไตล์การสูบบุหรี่ และพฤติกรรมบริโภคมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อออกแบบการติดตามอาการเฉพาะบุคคลอย่างเหมาะสม
ขณะที่ Professor Jaw-Town Lin จาก National Taiwan University ประเทศไต้หวัน และ Professor Kentaro Sugano จาก Jichi Medical University ประเทศญี่ปุ่น ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ความสำเร็จจากนโยบายภาครัฐ ที่สนับสนุนการตรวจคัดกรองและกำจัดเชื้อ H. pylori บรรจุเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้อย่างทั่วถึง พร้อมย้ำว่าความร่วมมือทางวิชาการในระดับภูมิภาคครั้งนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการแพทย์และปกป้องชีวิตประชาชนในภูมิภาคอาเซียนได้อย่างยั่งยืน