"ภราดร" ผุด "ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์" ปราบส่วยสถานบันเทิง จ่อแก้ กม.ปิดช่อง
19 ต.ค. 2569 | titayu_pur

"ภราดร" ผุด "ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์" แก้ปัญหาเจ้าหน้าที่รัฐรับส่วย เอื้อเปิดสถานบันเทิงผิดกฎหมาย ฮึ่มฟันวินัย-อาญา ให้เสร็จใน 30 วัน จ่อแก้กฎหมายปิดช่องโหว่
ข่าว
19 ต.ค. 2569 | titayu_pur

"ภราดร" ผุด "ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์" แก้ปัญหาเจ้าหน้าที่รัฐรับส่วย เอื้อเปิดสถานบันเทิงผิดกฎหมาย ฮึ่มฟันวินัย-อาญา ให้เสร็จใน 30 วัน จ่อแก้กฎหมายปิดช่องโหว่
KEY
POINTS
19 ตุลาคม 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะอนุกรรมการต้านสินบน มอบหมายให้ ปปท. บช.น. และ กทม. ร่วมกันเปิดโมเดล ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์ เพื่อปราบปรามการเรียกรับส่วยของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เอื้อประโยชน์ให้ สถานบันเทิงผิดกฎหมาย โดยตั้งเป้าฟันโทษทั้งทางวินัยและอาญาให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน พร้อมเร่งปรับปรุงข้อกฎหมายเพื่อ ปราบส่วยสถานบันเทิง ทั้งระบบ
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการต้านสินบนและความเสี่ยงการทุจริตภาครัฐว่า วันนี้มีการประชุมถึงเรื่องที่มีความสนใจในขณะนี้ คือเรื่องที่นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีการตรวจจับสถานบันเทิงหลายแห่ง ล่าสุดที่จังหวัดระยอง ซึ่งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ซ้ำเดิมเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เราจึงตั้งข้อสังเกตและร่วมกันหาแนวทาง ที่ประชุมจึงมีมติมอบให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ปปท. ไปร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล หรือ บช.น. และกรุงเทพมหานคร ไปหารือแนวทาง โดยอันดับแรกต้องดูช่องโหว่ทางกฎหมายว่ามีส่วนใดบ้างที่ทำให้เกิดการเรียกรับส่วย ซึ่งเมื่อศึกษาแล้ว ทั้ง 3 หน่วยงานจะพูดคุยกันเพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาเบื้องต้น
โดยจะเริ่มที่ถนนข้าวสารเป็นแซนด์บ็อกซ์ ที่จะแก้ปัญหาอย่างตรงไปตรงมา แก้ปัญหาในเรื่องของส่วยให้ได้มากที่สุด ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล เมื่อทางกระทรวงมหาดไทยได้กวาดแล้ว คณะกรรมการของเราก็มีหน้าที่เก็บในส่วนที่ดำเนินการไว้ แล้วต่อยอดเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างเข้มงวดที่สุด
นายภราดร กล่าวว่า ส่วนการแก้ไขช่องว่างกฎหมาย อาทิ พ.ร.บ. อาคาร พ.ร.บ. สถานประกอบการ ซึ่งกฎหมายเหล่านี้เป็นอุปสรรคของการเปิดสถานบริการเหล่านี้ เมื่อมีอุปสรรคจึงเกิดช่องทางรับส่วย สินบน ดังนั้น ต้องมาไล่ดูว่าตรงไหนที่เป็นอุปสรรค และจะแก้ไขระเบียบแบบใด และหากต้องแก้ไข พ.ร.บ. รัฐบาลก็จะดำเนินการต่อไป โดยดูว่ากฎหมายแต่ละฉบับเป็นของหน่วยงานใดบ้าง เพื่อให้มีการยกร่างแก้ไขกฎหมาย หรืออาจจะส่งให้พรรคการเมืองเสนอร่างแก้ไขกฎหมาย ซึ่งอาจจะทำได้เร็วกว่า
นายภราดรกล่าวว่า ส่วนนโยบาย 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา ซึ่งถือเป็นนโยบายใหญ่ของรัฐบาล 13 หน่วยงานนำร่องได้เสนอแนวทางในที่ประชุมในการทำให้นโยบายนี้เกิดขึ้นได้ และได้มอบหมายให้ ก.พ.ร. รวมกับ ปปท. ไปประสานกับหน่วยงานภาครัฐทั้งหมดหลายร้อยหน่วยงาน เพื่อให้ไปเร่งรัดดำเนินการ
ส่วนกรณีสถานบันเทิง KTV ที่ตรวจจับล่าสุด และมีการเปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงในอำเภอมีการรับสินบน จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไรได้บ้าง นายภราดร กล่าวว่า ตนได้พูดคุยกับ ผบช.น. ในเรื่องการลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนรู้เห็น หรือถูกกล่าวอ้างว่ามีส่วนรู้เห็น จะต้องถูกดำเนินการทั้งในส่วนวินัยและคดีอาญา ในส่วนทางวินัยก็ต้องมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบของแต่ละหน่วยงาน ส่วนทางอาญาเป็นหน้าที่ของ ปปท. ประสานกับตำรวจเพื่อดำเนินคดีอาญา และได้มอบนโยบายกลับ ปปท. ไว้ว่า เคสเหล่านี้ต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วที่สุด ต้องใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน ให้รู้ว่ามีการทำผิดแบบไหน และส่งเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้เร็วที่สุด