นางอุบล กลิ่นจันทร์ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชัง เปิดเผยว่า น้ำดังกล่าวไม่ใช่น้ำปกติ แต่น่าจะมีสิ่งเจือปนที่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม คุณภาพน้ำเช่นนี้ส่งผลกระทบอย่างมาก เช่นเดียวกับ
นายเจษฎา อันทพิษ ชาวบ้าน หมู่ 1 ตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมหาโพธิ ที่สะท้อนความหวาดกลัวต่อโรงงานกำจัดของเสีย โดยเฉพาะเหตุการณ์น้ำท่วมบริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด ที่มีของเสียรั่วไหลปะปนกับน้ำท่วมทุ่งนาโดยรอบจนกลายเป็นสีรุ้งและมีสีครีมคล้ายกาแฟข้น กลิ่นค่อนข้างรุนแรง
สิ่งที่ชาวบ้านกังวลคือโรงงานประเภทเดียวกันนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมากกว่า 200 โรงงานในอำเภอกบินทร์บุรีและอำเภอศรีมหาโพธิ สร้างปัญหาทั้งกลิ่นเหม็นคล้ายสารเคมีและฝุ่นละอองจากกากขยะในโรงงานที่กระจายตามทิศทางลม ขณะที่วิธีการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐกลับเป็นการเดินไล่ตามความผิด ไม่มีการตรวจสอบเชิงสืบสวน ปล่อยภาระการหาหลักฐานให้ชาวบ้านตาดำๆ หรือบางครั้งโรงงานไหวตัวทันกลบเกลื่อนความผิดก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจ ทำให้คำร้องตกไปเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ด้าน นายสุเมธ เหรียญพงษ์นาม แกนนำเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ระบุว่า โรงงานในปราจีนบุรีแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
- 1.โรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย: มีมาตรฐาน ISO มีธรรมาภิบาล และไม่ค่อยสร้างผลกระทบ
- 2.โรงงานเทา: มีใบอนุญาต (ร.ง.4) ถูกต้อง แต่เมื่อได้ใบอนุญาตแล้วกลับทำผิดระเบียบ และมักใช้ใบอนุญาตอ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
- 3.โรงงานเถื่อน: ไม่มีใบอนุญาตใดๆ เข้ามาตั้งกิจการโดยมีผู้มีอิทธิพลคอยเคลียร์พื้นที่ให้
นักวิชาการชี้ "น้ำสีรุ้ง" มีสารอันตรายสูง - เปิดปมคำสั่ง คสช. ปลดล็อกผังเมือง
ด้าน ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เผยว่า บริษัทดังกล่าวได้รับอนุญาตประเภท 105 (คัดแยกและฝังกลบกากของเสียที่ไม่ใช่อันตราย) และประเภท 106 (รีไซเคิลน้ำมันเชื้อเพลิง) แต่กรมควบคุมมลพิษตรวจพบน้ำสีรุ้งมีค่าปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนสูงถึงประมาณ 114,000 กว่ามิลลิกรัมต่อลูกบาศก์ลิตร ซึ่งถือว่าสูงมากและเกิดการรั่วไหลจากหลุมฝังกลบหรือระบบบำบัดน้ำเสีย แสดงให้เห็นว่าอาจมีการนำขยะอันตราย เช่น สารอินทรีย์ระเหยง่าย (เบนซิน, โทลูอีน) หรือน้ำมันมาฝังกลบด้วย ซึ่งสารเหล่านี้ทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังและติดเชื้อได้
นอกจากนี้ ดร.สนธิ ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดพื้นที่ดังกล่าวจึงได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงงาน ทั้งที่เป็นพื้นที่น้ำหลากและพื้นที่สีเขียวเกษตรกรรมรองรับน้ำ โดยต้องย้อนกลับไปในปี 2559 ที่มีคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 4/2559 เรื่องการยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวงผังเมืองรวม ทำให้โรงงานจำพวก 105, 106, 89, 101 และโรงไฟฟ้าขยะ สามารถตั้งในพื้นที่ใดก็ได้ แม้รัฐสภาจะมีมติยกเลิกคำสั่งดังกล่าวในปี 2568 เพื่อจำกัดให้โรงงานขยะไปตั้งในพื้นที่สีม่วงสำหรับอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ก็สร้างผลกระทบสะสมไว้แล้ว
ข้อเสนอแนะทางออกวิกฤตสิ่งแวดล้อมปราจีนบุรี
สำหรับเหตุการณ์ปลาตายยกกระชังในอำเภอศรีมหาโพธิที่ห่างไกลออกไป นักวิชาการมองว่ามีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะเกี่ยวข้องกับโรงงานดังกล่าวโดยตรง เนื่องจากตั้งอยู่บริเวณท้ายน้ำ แต่อาจเกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมต้นน้ำในอำเภอกบินทร์บุรีที่มีการกระจุกตัวของโรงงาน หรืออาจมาจากปัญหาน้ำเน่าเสียในพื้นที่
ดร.สนธิ ทิ้งท้ายว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการเข้ามาของทุนต่างประเทศในการตั้งโรงงานให้เหมาะสม พร้อมกับแยกหน่วยงานที่ให้ใบอนุญาตและหน่วยงานที่ตรวจสอบออกจากกัน เพื่อให้เกิดความเป็นเอกเทศในการทำงาน ไม่ยึดโยงหรือเอื้อประโยชน์ต่อกัน เพื่อให้การขับเคลื่อนประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน พร้อมกับปกป้องวิถีชีวิตและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่
ฐิติชญา ศรีดอกคำ "สืบสวนความจริง" NationTV 22