นายพลพีร์ กล่าวด้วยว่า เราได้รายละเอียดเพิ่มเติมเบื้องต้น คือคนที่ดูแลร้านนี้หรือที่จะเป็นเจ้าของ ชื่อ "เจ๊ ก." โดยสารวัตร หรือรองสารวัตร สน.ชนะสงคราม บอกว่า เจ๊ ก. เป็นภรรยาของตำรวจท่านหนึ่ง แต่ว่าเขาไม่ได้บอกชื่อ แต่ว่าเขายืนยันว่าเป็นภรรยาของเจ้าหน้าที่
นอกจากนี้ นายพลพีร์ กล่าวตอนท้ายว่า หากเกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรือเพลิงไหม้ อาจทำให้ผู้ใช้บริการจำนวนมากอพยพออกจากร้านไม่ทัน และสร้างความเสียหายต่อประชาชนและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย ทั้งนี้ กรมการปกครอง จะเตรียมเสนอผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สั่งปิดสถานประกอบการทันที 5 ปี และได้แจ้งความ 8 ข้อหาหนัก แก่ผู้จัดการร้าน เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานส่งสืบสวนต่อ เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ส่วนเยาวชนที่ตรวจพบสารเสพติด จะเข้าสู่กระบวนการบำบัดตามขั้นตอนต่อไป
ด้านนายรณรงค์ เผยผลการปฏิบัติการในครั้งนี้ เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง ได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาและควบคุมตัวผู้จัดการร้าน ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีในฐานความผิดตามกฎหมายต่าง ๆ ได้แก่ 1. ประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาตตั้งสถานบริการ 2. ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด 3. มีนักเที่ยวอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 30 คน (เป็นชาย 20 หญิง 10) โดยมีเยาวชนอายุต่ำสุดเพียง 15 ปี 1 คน เข้ามาใช้บริการ
4. มีผลตรวจปัสสาวะนักท่องเที่ยวเป็นสีม่วง 31 คน เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี 4 คน และพนักงาน(ดีเจ) 2 คน 5. พบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน 1 กระบอก 6. พบสิ่งเทียมอาวุธปืน 1 กระบอก 7. พบยาเสพติดถูกทิ้งที่พื้นภายในร้านจำนวนมาก (หลอดพลาสติกที่คาดว่าใช้สำหรับบรรจุสารเสพติด และพบผงสีขาวลักษณะคล้ายสารเสพติดตกอยู่บริเวณพื้นห้องน้ำ) 8. พบลูกโป่งหัวเราะและอุปกรณ์ถูกทิ้งเกลื่อนภายในร้าน และ 9. พบหลักฐานการจ่ายส่วยให้หลายหน่วยงานเดือนละกว่า 177,000 บาท