อสส.ประกาศภารกิจ 2 ปีล้างภาพอัยการยักษ์ไร้เขี้ยว ยกโมเดล FBI
12 ต.ค. 2569 | suwat_pan

“โกวิท” อสส. ประกาศภารกิจ 2 ปี กางแผนปราบอาชญากรรม ยกโมเดล FBI ต้องมีอำนาจเชิงรุก ดัน “วัชรินทร์” นำทัพสำนักงานสอบสวน ล้างภาพอัยการยักษ์ไร้เขี้ยว
ข่าว
12 ต.ค. 2569 | suwat_pan

“โกวิท” อสส. ประกาศภารกิจ 2 ปี กางแผนปราบอาชญากรรม ยกโมเดล FBI ต้องมีอำนาจเชิงรุก ดัน “วัชรินทร์” นำทัพสำนักงานสอบสวน ล้างภาพอัยการยักษ์ไร้เขี้ยว
เมื่อวันที่ 11 ต.ค. นายโกวิท ศรีไพโรจน์ อัยการสูงสุดคนที่ 21 ที่มอบนโยบายการบริหารงานประจำปีงบประมาณ 2570–2571 ให้แก่ผู้บริหารสำนักงานอัยการทั่วประเทศที่มาร่วมประชุมและรับฟังผ่านระบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา
ซึ่งในนโยบายของอัยการสูงสุดมีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับโครงสร้างอัยการสากลและการเปรียบเทียบกับหน่วยงานระดับโลกอย่าง FBI
โดยนายโกวิท ระบุว่า หลังจากขึ้นรับตำแหน่งอัยการสูงสุดก็คิดว่าเราจะมีภารกิจใหม่ ที่จะต้องทำเพิ่มเติม อัยการการไทยไม่เหมือนทุกประเทศอัยการในทั่วโลก
เพราะในทุกประเทศ อัยการมีหน่วยงาน ลักษณะแบบเอฟบีไอของตัวเอง ส่วนของไทยการทำงานเชิงรุกของเราเริ่มมีก็คือสำนักงานการสอบสวนที่มี ดร. วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักงานสอบสวนกำกับดูเเลเรื่องสอบสวนเริ่มลงมือทำผลักดันเพิ่ม
แต่เราก็ยังไม่มีอำนาจในการป้องปรามเหตุ เรื่องนี้อธิบดีอัยการต่างประเทศรู้ดีว่าเวลาประชุมอัยการทั่วโลกในต่างประเทศ เขาก็จะเชิญอัยการไทยเราไปประชุมเกี่ยวกับเรื่องการป้องปรามฯ
ซึ่งเราก็ไปประชุมโดยที่เราไม่มีอำนาจป้องปรามฯในประเทศ โดยที่อัยการ ของประเทศอื่นๆ ต่างก็คิดว่าเรามีอำนาจในการป้องปราม เเต่เรามีเพียงอำนาจในการตั้งรับ หลังจากที่พนักงานสอบสวนทำสำนวนมาเท่านั้น เเต่ตนเชื่อเมื่อเราเริ่มขึ้นบันไดขั้นที่หนึ่งเเล้วก็จะมีขั้นที่ร้อยได้
นอกจากนี้ในระหว่างการพบปะพูดคุยกับผู้บริหารเเละสื่อมวลชน นาย โกวิทอัยการสูงสุดยังได้หยิบยกโครงสร้างกระบวนการยุติธรรมในระดับสากลขึ้นมาเปรียบเทียบ เพื่อสะท้อนถึงข้อจำกัดและมุมมองในการพัฒนาองค์กรอัยการไทย โดยยกตัวอย่าง ว่ากระทรวงยุติธรรมในต่างประเทศจะมี FBI เป็นของตนเอง หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของประเทศ( Attorney General )ก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมหรืออัยการสูงสุด ซึ่งกระทรวงยุติธรรมทั่วโลกก็คือกระทรวงอัยการ
เมื่อสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ของไทยแยกตัวออกมาเป็นอิสระเพื่อไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับฝ่ายการเมือง ทำให้บริบทเปลี่ยนไป กลายเป็น "ยักษ์ตัวใหญ่" ที่มีอำนาจฟ้องคดี แต่ เเต่อำนาจในการสอบสวนในเชิงป้องกันยังขาดหายไปต่างจากต่างประเทศที่มีหน่วยงานเฉพาะทางอย่าง FBI ที่รวมการสืบสวนสอบสวนและป้องกันอาชญากรรมไว้ครบวงจรภายใต้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับชาติ เมื่อก่อนอัยการเราอยู่กระทรวงมหาดไทย เรียกว่าคุมทั้งตำรวจฝ่ายปกครอง และอัยการอยู่ในกระทรวงเดียวกัน ทำให้การประสานงานด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทำได้เบ็ดเสร็จ
“เวลาที่อัยการไทยเดินทางไปปฏิบัติภารกิจหรือประชุมร่วมกับต่างประเทศ นานาชาติมักจะเข้าใจว่าอัยการไทยมีบทบาทอำนาจเบ็ดเสร็จเทียบเท่าอัยการในโลกสากล แต่ในความเป็นจริงโครงสร้างอำนาจหน้าที่ของไทยมีความแตกต่างและมีข้อจำกัดทางกฎหมายอัยการเรามีเเต่ตั้งรับซึ่งต่อไปก็พร้อมจะขายความคิดนี้ออกไป”
การจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือขยายขอบเขตอำนาจให้ทัดเทียมกับต่างประเทศนั้น ไม่สามารถทำได้ทันทีโดยลำพัง แต่ต้องอาศัยการผลักดันทางกฎหมายผ่านสภานิติบัญญัติ และสร้างความเข้าใจร่วมกันกับประชาชนและสังคม ในช่วงเวลาทำงาน 2 ปีนี้ จะพยายามสื่อสารและผลักดันแนวคิดการพัฒนาองค์กรอัยการไทยให้ก้าวทันมาตรฐานสากลและตอบโจทย์ความยุติธรรมของประชาชนอย่างแท้จริง