เนชั่นทีวี

Business

ไทยเปิดม่าน IMF-World Bank 2026 ผู้นำโลกถกวิกฤติพลังงาน AI

11 ต.ค. 2569 | titayu_pur

ไทยเปิดม่าน IMF-World Bank 2026 ผู้นำโลกถกวิกฤติพลังงาน AI

ไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank 2026 รับทัพผู้นำการเงินระดับโลก 1.5 หมื่นคน เดินหน้าหารือฝ่าวิกฤติพลังงาน หนี้โลก และโอกาสจาก AI

ไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank 2026 รับทัพผู้นำการเงินระดับโลก 1.5 หมื่นคน เดินหน้าหารือฝ่าวิกฤติพลังงาน หนี้โลก และโอกาสจาก AI

KEY

POINTS

  • ไทยเปิดบ้านรับเวทีการเงินระดับโลกในรอบ 35 ปี: เจ้าภาพจัดประชุมใหญ่ IMF-World Bank 2026 ต้อนรับผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศ พร้อมผู้นำองค์กรการเงินชั้นนำร่วมเดินสายเยือนไทย
  • ถกวิกฤติใหญ่รับมรดกความท้าทายรอบด้าน: เร่งหารือทางออกปัญหาสงครามตะวันออกกลาง วิกฤติราคาพลังงาน หนี้สาธารณะโลกที่พุ่งสูง และความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงินจากกระแส AI
  • ชูโอกาสทองดึงดูดการลงทุนเข้าประเทศ: รัฐบาลไทยใช้เวทีโลกแสดงศักยภาพการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยง พร้อมดันเงินสะพัดหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยกว่า 1,050–2,250 ล้านบาท

12 ตุลาคม 2569 กรุงเทพมหานครเปิดฉากเป็นศูนย์กลางการเงินโลกอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อประเทศไทยรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดประชุมใหญ่ประจำปี IMF-World Bank 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค. 2569 ถือเป็นการกลับมาจัดในไทยครั้งแรกในรอบ 35 ปี งานนี้ระดมผู้นำเศรษฐกิจกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศ พร้อมบุคคลสำคัญระดับโลก ทั้งประธานเฟด ประธานอีซีบี และผู้บริหารองค์กรการเงินชั้นนำ เข้าร่วมเวทีหารือทิศทางเศรษฐกิจและ วิกฤติพลังงาน คณะผู้แทนทั่วโลกเร่งเดินหน้าแก้ปัญหา หนี้สาธารณะ ที่พุ่งสูง และรับมือความท้าทายจาก กระแส AI พร้อมชูบทบาทประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการลงทุนแห่งใหม่ของภูมิภาคเพื่อฟื้นฟู เศรษฐกิจโลก อย่างยั่งยืน

 

กรุงเทพฯ กลับมาเป็นศูนย์กลางการหารือด้านเศรษฐกิจและการเงินโลกอีกครั้ง เมื่อไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี 2026 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค. 2569 โดยกลับมาจัดการประชุมที่ไทยในรอบ 35 ปี หลังเคยเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2534

ไทยเปิดม่าน IMF-World Bank 2026 ผู้นำโลกถกวิกฤติพลังงาน AI  

 

การประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วม 15,000 คน จาก 191 ประเทศทั่วโลก ทั้งรัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจ ผู้บริหารองค์กรระหว่างประเทศ และผู้นำภาคธุรกิจ โดยมีสื่อมวลชนทั่วโลกเข้าร่วม 1,000 คน นอกจากการประชุมหลักที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์แล้ว ยังมีกิจกรรมคู่ขนานกระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ

 

กระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า มีผู้นำต่างชาติเยือนไทยอย่างเป็นทางการในช่วงการประชุม ได้แก่ นายกี ปาร์เมอแลง (Guy Parmelin) ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิส และนายทาร์มัน ชันมูการัตนัม (Tharman Shanmugaratnam) ประธานาธิบดีสิงคโปร์

 

การเยือนไทยของนายปาร์เมอแลงเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์ครั้งแรกในรอบ 22 ปี โดยมีคณะนักธุรกิจร่วมเดินทางมาด้วย และตรงกับโอกาสครบรอบ 95 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สวิตเซอร์แลนด์

 

ขณะที่ประธานาธิบดีทาร์มันเยือนไทยในฐานะแขกรัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับที่ทำเนียบรัฐบาล

 

กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า การประชุมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ และเป็น 1 ใน 3 ประเทศที่เคยรับหน้าที่ถึง 2 ครั้ง โดยกระทรวงการต่างประเทศจัดกิจกรรมคู่ขนาน 4 กิจกรรม อาทิ

 

วันที่ 13 ต.ค. 2569 Dinner Talk หัวข้อ Rethinking Growth: Thailand’s Pathways to a More Balanced and Sustainable Future นำเสนอแนวทางการเติบโตอย่างสมดุลตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและโมเดลเศรษฐกิจ BCG

 

วันที่ 14 ต.ค. 2569 เวทีเสวนาระดับสูงด้านความมั่นคงทางอาหารและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ร่วมกับ UNESCAP และ FAO

 

ไทยเปิดม่าน IMF-World Bank 2026 ผู้นำโลกถกวิกฤติพลังงาน AI

“ประธานเฟด-อีซีบี” ร่วมเวทีกรุงเทพฯ

 

บุคคลสำคัญจากองค์กรเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศที่อยู่ในกำหนดการ ได้แก่ นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการ IMF และนายอาเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุด 2 คนขององค์กรเจ้าภาพการประชุม

 

ส่วนนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีกำหนดขึ้นเวที Fireside Chat กับกรรมการผู้จัดการ IMF ในวันที่ 16 ต.ค. 2569 นับเป็นหนึ่งในเวทีที่ตลาดการเงินทั่วโลกให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด

 

อีกหนึ่งบุคคลสำคัญคือ คริสทีน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งนอกจากเข้าร่วมการประชุมในเวทีหลักแล้ว ยังมีกำหนดขึ้นเวที CNN Global Perspectives: In Bangkok วันที่ 14 ต.ค. 2569 โดยลาการ์ดเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่สุดในระบบการเงินโลก โดยเฉพาะในช่วงที่ธนาคารกลางหลายประเทศเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อ ราคาพลังงาน และอัตราดอกเบี้ยระดับสูง

 

นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการ IMF

 

ซีอีโอระดับโลกตบเท้าร่วมกิจกรรมคู่ขนาน

 

ความคึกคักไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเวที IMF-World Bank แต่ยังมีกิจกรรมคู่ขนาน เช่น CNN Global Perspectives: In Bangkok วันที่ 14 ต.ค. 2569 โดยบริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นมีเดียพาร์ตเนอร์ และนับเป็นครั้งแรกที่ CNN นำเวทีนี้มาจัดในเอเชีย

 

งานนี้มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงาน และมีผู้นำด้านการเงินและภาคธุรกิจระดับโลกเข้าร่วม อาทิ ฮยอน ซง ชิน ผู้ว่าการธนาคารกลางเกาหลีใต้ เอ็นโกซี โอคอนโจ-อิเวียลา ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) ตัน ซู ชาน ซีอีโอธนาคาร DBS Group แอนโทนี ตัน กรุ๊ปซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Grab และเจน ซุน ซีอีโอ Trip.com Group

 

ขณะที่นายมาร์เทียส คอร์มันน์ เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เข้าร่วมเวทีคู่ขนาน Future-Ready Economy 2026: Designing Capital for the Future วันที่ 14 ต.ค. 2569 ณ NEX Hall สยามพารากอน พร้อมผู้นำภาครัฐ ภาคธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตเศรษฐกิจ

 

รมว.คลังสหรัฐฯ ไม่มา ส่งผู้แทนร่วมประชุม

 

การประชุมครั้งนี้จะไม่มี “สกอต เบสเซนต์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เข้าร่วม โดยรอยเตอร์สรายงานอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า เบสเซนต์ไม่เดินทางมากรุงเทพฯ เนื่องจากติดภารกิจในประเทศ แต่ส่งฟรานซิส บรูค รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และเอริน บราวน์ ปลัดกระทรวงการคลังฝ่ายกิจการระหว่างประเทศ เป็นผู้นำคณะผู้แทนเข้าร่วม

 

การไม่เข้าร่วมของเบสเซนต์เกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความท้าทายสำคัญ ทั้งสงครามตะวันออกกลาง วิกฤติพลังงาน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงสุดในรอบเกือบ 25 ปี โดยคณะผู้แทนสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาหนี้ของประเทศที่เผชิญวิกฤติ การเพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการจัดการหนี้ รวมถึงการผลักดันให้ IMF และธนาคารโลกเน้นภารกิจรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ

 

จับตาประเด็นวิกฤติพลังงาน-หนี้โลก-AI

 

แม้การประชุมจะทำให้กรุงเทพฯ กลับมาอยู่ในความสนใจของประชาคมเศรษฐกิจโลก แต่ก็เกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความท้าทายหลายด้านพร้อมกัน ทั้งสงครามตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 8 ราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงและกดดันเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยสูง และหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น

 

รอยเตอร์สรายงานว่า สงครามตะวันออกกลางและผลกระทบด้านพลังงานเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการประชุม ขณะที่หนี้และต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นสร้างแรงกดดันให้ประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะประเทศที่มีพื้นที่ทางการคลังจำกัด

 

ก่อนหน้านี้ นางกอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการ IMF เตือนว่า เศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยงจากราคาพลังงานระดับสูง หนี้สาธารณะจำนวนมหาศาล และความไม่แน่นอนจากกระแสการลงทุนใน AI ซึ่งแม้จะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ แต่อาจสร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงิน

 

นายบังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก ให้สัมภาษณ์รอยเตอร์สว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะรับมือกับผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ในช่วงแรก แต่แรงกดดันกลับเพิ่มขึ้น ทั้งราคาดีเซลและปุ๋ยที่สูงขึ้น รวมถึงความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร

 

ขณะเดียวกัน หนี้สาธารณะเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของเศรษฐกิจโลก โดย IMF ประเมินว่า หนี้สาธารณะทั่วโลกอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 และอาจเพิ่มขึ้นเกิน 100% ของ GDP ก่อนปี 2030 โดยประเทศกำลังพัฒนาและประเทศรายได้ต่ำมีความเปราะบางเป็นพิเศษ เนื่องจากเผชิญต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นและเงินทุนไหลกลับ

 

อีกประเด็นที่หยิบยกขึ้นหารือคือ แนวทางช่วยเหลือประเทศที่ประสบปัญหาหนี้ และเงื่อนไขการให้กู้ของ IMF ซึ่งปรับแนวทางให้ผู้กู้ปฏิรูปในประเด็นที่น้อยลงแต่เข้มข้นขึ้น ท่ามกลางความกังวลว่ามาตรการนี้อาจนำไปสู่การลดรายจ่ายภาครัฐและเพิ่มภาระให้ประชาชน

 

“ไทย” ใช้เวทีโลกชูโอกาสลงทุน

 

สำหรับไทย การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้เป็นโอกาสในการนำเสนอศักยภาพทางเศรษฐกิจและการลงทุนต่อผู้กำหนดนโยบายและภาคธุรกิจทั่วโลก

 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์รอยเตอร์สว่า รัฐบาลผลักดันการเติบโตด้วยการลงทุน โดยดึงดูดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า และการผลิตขั้นสูง

“ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่แตกแยกมากขึ้น ไทยวางบทบาทเป็นจุดเชื่อมเศรษฐกิจที่น่าเชื่อถือ และนำเสนอจุดแข็งนี้ในที่ประชุม”

กระทรวงการคลังประเมินว่า การใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมประชุมจะสร้างเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจไทย 1,050-2,250 ล้านบาท โดยการเป็นเจ้าภาพในรอบ 35 ปีเป็นโอกาสให้ไทยต้อนรับประชาคมเศรษฐกิจโลก และนำเสนอทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงที่พยายามฟื้นแรงขับเคลื่อนการเติบโต ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศ

 

ไทยเปิดม่าน IMF-World Bank 2026 ผู้นำโลกถกวิกฤติพลังงาน AI

 

ข่าวล่าสุด