เนชั่นทีวี

ข่าว

'ดร.เอ้' ซัดรัฐแก้ 'น้ำท่วมกทม' ซ้ำรอย ชี้ถอดบทเรียนไม่มีอยู่จริง

02 ต.ค. 2569 | titayu_pur

'ดร.เอ้' ซัดรัฐแก้ 'น้ำท่วมกทม' ซ้ำรอย ชี้ถอดบทเรียนไม่มีอยู่จริง

'ดร.เอ้ สุชัชวีร์' วิเคราะห์ 'วิกฤตน้ำท่วมกรุงเทพฯ' อัดรัฐบาลบริหารจัดการน้ำล้มเหลว ทำ 'น้ำท่วมลาดกระบัง' ซ้ำรอย อ้างฝนตกหนัก ถอดบทเรียนไม่มีจริง จี้เปิด 3 ทางออก

'ดร.เอ้ สุชัชวีร์' วิเคราะห์ 'วิกฤตน้ำท่วมกรุงเทพฯ' อัดรัฐบาลบริหารจัดการน้ำล้มเหลว ทำ 'น้ำท่วมลาดกระบัง' ซ้ำรอย อ้างฝนตกหนัก ถอดบทเรียนไม่มีจริง จี้เปิด 3 ทางออก

KEY

POINTS

  • ชี้ล้มเหลวซ้ำรอย: 'ดร.เอ้' ตั้งคำถามรัฐบาลบริหารจัดการน้ำล้มเหลว ผ่านไป 4 ปี 'น้ำท่วมลาดกระบัง' กลับหนักกว่าเดิม ทั้งที่มีเตือนภัยล่วงหน้า ชี้ระบบเตือนภัยและการสื่อสารล้มเหลวไม่ต่างจากวิกฤตหาดใหญ่
  • อัดรัฐบาลฉายหนังม้วนเดิม: ซัดการอ้าง "ฝนตกหนัก" เพื่อขอโทษและแจกเงินเยียวยา ไม่ใช่การแก้ปัญหาเชิงระบบ พร้อมระบุว่ากระบวนการ "ถอดบทเรียน" ของภาครัฐไม่มีอยู่จริง
  • เสนอ 3 ทางออกเร่งด่วน: จี้เร่งระดมเครื่องสูบน้ำสูบออกจากชุมชน, บริหารจัดการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำตลอดเส้นทางให้สัมพันธ์กัน และเร่งกำจัดขยะขวางทางน้ำแก้ปัญหาน้ำเน่าเสีย

2 ตุลาคม 2569 ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ นำทีมเสวนาวิเคราะห์สาเหตุวิกฤต น้ำท่วม กทม. ซ้ำซาก ชี้ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่โซนตะวันออก โดยเฉพาะ น้ำท่วมลาดกระบัง ทรุดหนักกว่าเดิมในรอบ 4 ปี สะท้อนว่า การบริหารจัดการน้ำ และระบบเตือนภัยล้มเหลวซ้ำรอยหาดใหญ่ ซัดรัฐบาลเลิกอ้างฝนตกหนักเพื่อขอโทษแล้วจบไป พร้อมจี้เร่งใช้ 3 มาตรการฉุกเฉินระดมเครื่องสูบน้ำและเปิดประตูระบายน้ำแก้ปัญหาด่วน  

 

เมื่อเวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคไทยก้าวใหม่จัดเวทีเสวนาหัวข้อ “คนไทยต้องทนน้ำท่วมตลอดไปใช่ไหม ?” โดยมี ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมนายเรวัตร คงชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านการประยุกต์ใช้ AI ร่วมวิเคราะห์ถึงต้นตอของปัญหา พร้อมเสนอแนวทางรับมือ และแก้ปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว

 

โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญ คือ การตั้งคำถามว่า ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น เป็นผลจากปริมาณฝนที่ตกหนักเกินกว่าระบบจะรองรับ หรือยังมีข้อจำกัดในการบริหารจัดการน้ำ ตั้งแต่การพร่องน้ำในคลอง การควบคุมประตูระบายน้ำ การสูบน้ำ ตลอดจนการนำน้ำเข้าสู่ระบบระบายน้ำหลัก

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่  

 

ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ได้กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เขตลาดกระบัง โดยย้อนเหตุการณ์น้ำท่วมช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม 2565 ซึ่งขณะนั้นลาดกระบังเผชิญน้ำท่วมหนัก และตนเคยลงพื้นที่ลุยน้ำ พร้อมเรียกร้องให้มีการบริหารจัดการประตูระบายน้ำบริเวณคลองประเวศ

 

แต่ผ่านมา 4 ปี สถานการณ์ควรจะดีขึ้นจากบทเรียนในอดีต แต่กลับพบว่าปัญหาครั้งนี้รุนแรงกว่าเดิม พร้อมตั้งคำถามถึงการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะ “คลองประเวศบุรีรมย์” ซึ่งไม่ได้รับน้ำจากลาดกระบังเพียงพื้นที่เดียว แต่ยังรับน้ำจากพื้นที่หนองจอกและมีนบุรี ก่อนระบายไปยังสถานีสูบน้ำพระโขนง 

 

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่

ดร.เอ้ ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า น้ำท่วมกรุงเทพมหานครครั้งนี้ มีการพร่องน้ำล่วงหน้าอย่างเหมาะสมหรือไม่ รวมถึงการบริหารจัดการประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำตลอดแนวคลองประเวศเป็นอย่างไร เพราะหากมีการพร่องน้ำอย่างเพียงพอ เหตุใดจึงยังเกิดน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่

 

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงข้อมูลพยากรณ์อากาศ ของกรมอุตุนิยมวิทยา ก่อนวันที่ 21 กันยายน ที่มีการส่งสัญญาณว่าจะเกิดฝนตกในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมองว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีช่วงเวลาเตรียมรับมือ และพร่องน้ำล่วงหน้า / โดยได้เปรียบเทียบเหตุการณ์ครั้งนี้กับสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่  ว่ามีลักษณะคล้ายกันในแง่ของการมีข้อมูลเตือนล่วงหน้า แต่การบริหารจัดการ และการสื่อสารเตือนภัยยังมีปัญหา “การแจ้งเตือนของภาครัฐ มาเตือนทีหลังไม่ได้เรียกว่าเตือน” และกล่าวว่า “น้ำท่วมกรุงเทพ คือความผิดพลาดไม่แพ้กับหาดใหญ่เลย”

 

โดย ดร.เอ้ มองว่า ปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้ไม่ควรถูกอธิบายด้วยคำว่า “ฝนตกหนัก” เพียงอย่างเดียว เพราะความเสียหายเกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน ซึ่งหากทุกครั้งที่เกิดน้ำท่วม สังคมยอมรับคำอธิบายว่าเป็นเพราะ “ฝนตกเยอะ” โดยไม่ย้อนกลับไปตรวจสอบว่าระบบบริหารจัดการทำงานได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่ ปัญหาเดิมก็อาจเกิดขึ้นซ้ำ

"ถ้าประชาชนยังคิดแบบนี้ นักการเมืองก็จะไม่เปลี่ยน เพราะไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าฯ คนต่อไป นายกรัฐมนตรีคนต่อไป หรือผู้มีอำนาจคนต่อไป ก็สามารถพูดได้ว่า ขอโทษครับ เพราะฝนมันตกเยอะจริง ๆ"

ส่วนเรื่องการรับมือภัยพิบัติของภาครัฐนั้น หากทุกครั้งที่เกิดเหตุยังวนอยู่กับการ “ขอโทษ เยียวยา และถอดบทเรียน” แต่ไม่สามารถนำบทเรียนไปเปลี่ยนแปลงระบบได้จริง ความเสียหายจากภัยพิบัติก็ยากที่จะลดลงก่อนฝากไปถึงผู้มีอำนาจ และผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบว่า “ระหว่างที่ท่านอยู่ ท่านต้องทำงานอย่างสุดความสามารถของท่าน และทำหน้าที่บัญชาการอย่างดุดัน เด็ดขาด และใช้ข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะช่วยให้วันสุดท้ายของชีวิตท่าน จะได้ไม่ค้างคา”

 

ทั้งนี้ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ได้เสนอแนวทางเร่งด่วน 3 ข้อ คือ 1.เร่งระดมเครื่องสูบน้ำทั้งจากภาครัฐและเอกชน เข้าไปสูบน้ำออกจากพื้นที่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบหนัก เพื่อให้ประชาชนสามารถเคลื่อนย้ายคน และทรัพย์สินได้ 2.บริหารจัดการประตูระบายน้ำตลอดเส้นทางให้สัมพันธ์กัน ป้องกันไม่ให้น้ำกระจายเข้าสู่พื้นที่อื่นระหว่างการระบาย และ 3.เร่งแก้ปัญหาน้ำเน่าเสีย รวมถึงจัดหายา และเวชภัณฑ์ให้ประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม

 

 

ข่าวล่าสุด