เนชั่นทีวี

ข่าว

น้ำท่วม กทม. "ชัชชาติ" คาดถนนหลักแห้ง 90% ใน 2 วัน เร่งกู้คลองจั่น

29 ก.ย. 2569 | titayu_pur

น้ำท่วม กทม. "ชัชชาติ" คาดถนนหลักแห้ง 90% ใน 2 วัน เร่งกู้คลองจั่น

"ชัชชาติ" เผยสถานการณ์น้ำท่วม กทม. เริ่มดีขึ้น คาดถนนสายหลักแห้ง 90% ภายใน 2 วัน เร่งกู้พื้นที่แอ่งกระทะ คลองจั่น ร่มเกล้า ลาดกระบัง พร้อมส่งทีมด่านหน้ากระจายอาหารเข้าซอยลึก และเตรียม Big Cleaning ฟื้นฟูหลังน้ำลด

"ชัชชาติ" เผยสถานการณ์น้ำท่วม กทม. เริ่มดีขึ้น คาดถนนสายหลักแห้ง 90% ภายใน 2 วัน เร่งกู้พื้นที่แอ่งกระทะ คลองจั่น ร่มเกล้า ลาดกระบัง พร้อมส่งทีมด่านหน้ากระจายอาหารเข้าซอยลึก และเตรียม Big Cleaning ฟื้นฟูหลังน้ำลด

KEY

POINTS

  • คาดถนนหลักแห้ง 90% ใน 2 วัน: ภาพรวมน้ำลดต่อเนื่อง คาดถนนสายหลักแห้งสัญจรได้ใน 2 วัน ส่วนพื้นที่แอ่งกระทะคลองจั่นและร่มเกล้า-ลาดกระบัง ใช้เวลาเร่งกู้ราว 7 วัน
  • ปรับระบบช่วยซอยลึก-รับมือน้ำหนุน: กทม. สั่งเขตและโรงเรียนผลิตอาหารส่งตรงซอยลึก พร้อมระบายน้ำผ่าน 3 อุโมงค์หลัก ยันน้ำทะเลหนุนสูงวันนี้ 2.0 ม.รทก. ไม่กระทบพื้นที่ในคันกั้นน้ำ
  • ลุยฟื้นฟูหลังน้ำลด Big Cleaning: เตรียมจับคู่เขต (Buddy) ขนเครื่องจักรทำความสะอาดและเก็บขยะชิ้นใหญ่ พร้อมแจกยาน้ำกัดเท้า-สิ่งเวชภัณฑ์ดูแลผู้ป่วยติดเตียงและเด็กเล็ก

29 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. แถลงอัปเดตสถานการณ์ น้ำท่วม กทม. ล่าสุด ณ ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง โดยชี้ภาพรวมระดับน้ำเริ่มลดลงต่อเนื่องหลังฝนหยุดตก โดยสั่งการเร่งกู้วิกฤต น้ำท่วมกรุงเทพ เพื่อคืนพื้นที่จราจร พร้อมกำชับประชาชน เช็กพื้นที่น้ำท่วม เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ตั้งเป้าถนนสายหลักแห้ง 90% ภายใน 2 วัน พร้อมเดินเครื่องอุโมงค์ระบายน้ำ เร่งกู้พื้นที่แอ่งกระทะคลองจั่น-ร่มเกล้า และส่งทีมด่านหน้าลุยแจกอาหารช่วยเหลือชุมชนซอยลึกทันที

 

ณ ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า ขณะนี้สถานการณ์โดยรวมเริ่มดีขึ้นเนื่องจากฝนหยุดตก ทำให้หลายจุดระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะคลองแสนแสบที่ระดับน้ำลดลงอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ช่วงต้นคลองถึงบริเวณใกล้วัดเทพลีลา ขณะที่พื้นที่ชั้นในและถนนสายหลักหลายจุดเริ่มกลับมาสัญจรได้ เช่น ถนนวิภาวดีรังสิต ส่วนหมู่บ้านชินเขตและซอยลาดพร้าว 80 หลายจุดเริ่มแห้งแล้ว

 

สำหรับพื้นที่ฝั่งตะวันออกยังมีบางจุดที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะลาดกระบัง ซึ่งคลองประเวศบุรีรมย์ยังมีปริมาณน้ำมาก เนื่องจากเป็นคลองสายยาว ขณะที่มีนบุรีสถานการณ์ดีขึ้น ส่วนสายไหมยังต้องติดตามน้ำล้นข้ามคลองหกวาสายล่างจากฝั่งจังหวัดปทุมธานี

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  

 

คาด 2 วัน ถนนสายหลักแห้ง 90% เร่งกู้ “คลองจั่น-ร่มเกล้า”

 

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า คาดว่าภายใน 2 วัน ถนนสายหลักประมาณ 90% จะกลับมาแห้งและสัญจรได้ตามปกติ ส่วนถนนสายรองอาจใช้เวลานานกว่า ขณะที่ชุมชนขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะอาจใช้เวลาประมาณ 7 วัน โดยกรอบเวลาดังกล่าวเป็นเป้าหมายในการเร่งดำเนินการ ไม่ใช่ระยะเวลาที่สามารถยืนยันได้แน่นอน ขึ้นอยู่กับระดับน้ำและสภาพพื้นที่

 

สำหรับพื้นที่แอ่งกระทะที่ต้องเร่งกู้สถานการณ์ ได้แก่ คลองจั่น และร่มเกล้า-ลาดกระบัง ขณะนี้ กทม. อยู่ระหว่างวางแผนจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำ โดยจะเร่งดึงน้ำออกทันทีที่ระดับน้ำในคลองสายหลักลดลงและเอื้อต่อการระบาย

 

ส่วนกรณีที่มีน้ำผุดขึ้นตามท่อระบายน้ำในบางพื้นที่ เช่น พระโขนง ชี้แจงว่าเป็นผลชั่วคราวจากการเร่งสูบและผันน้ำมวลใหญ่ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ขณะที่ระดับน้ำในคลองหลักยังสูงอยู่ จึงเกิดแรงดันน้ำย้อนขึ้นตามท่อระบายน้ำชั่วคราว เมื่อระดับน้ำในคลองหลักลดลง ปัญหาน้ำผุดจะคลี่คลายและแห้งไปเอง ขอประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก

 

เร่งระบายน้ำผ่านอุโมงค์ พร้อมบริหารน้ำเหนือ-น้ำหนุน

 

ปัจจุบัน กทม. เดินเครื่องอุโมงค์ระบายน้ำหลัก 3 แห่ง ได้แก่ บึงมักกะสัน (45 ลบ.ม./วินาที) บางซื่อ (45 ลบ.ม./วินาที) และพระโขนง (60 ลบ.ม./วินาที) รวมกำลังระบายประมาณ 150 ลบ.ม./วินาที พร้อมใช้เรือผลักดันน้ำช่วยเร่งระบายในคลองแสนแสบและคลองประเวศบุรีรมย์

 

สำหรับสถานการณ์น้ำเหนือในแม่น้ำเจ้าพระยา ปริมาณไหลผ่านอยู่ที่ประมาณ 2,000 ลบ.ม./วินาที ยังอยู่ในระดับที่คันกั้นน้ำรองรับได้ ส่วนน้ำทะเลหนุนสูงสุดวันนี้เวลา 19.00 น. คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 2.0 เมตร รทก. ซึ่งต่ำกว่าคันกั้นน้ำที่สูงเกือบ 3.0 เมตร รทก. จึงกระทบเฉพาะชุมชนนอกคันกั้นน้ำเท่านั้น ทั้งนี้ กทม. ได้ประสานกรมชลประทานอย่างต่อเนื่องเพื่อบริหารการผันน้ำให้เหมาะสม

 

ปรับแผนกระจายอาหาร-ทรัพยากร เก็บตกชุมชนซอยลึก

 

ด้านการช่วยเหลือ ประชาชนในจุดหลักได้รับการดูแลมากขึ้น แต่ยังมีชุมชนขนาดเล็กและอาคารลึกในซอยที่เข้าถึงยาก กทม. ได้ปรับระบบจัดส่งอาหารโดยให้เขตผลิตเองเป็นหลัก หากไม่พอจะให้โรงเรียนสังกัดสำนักการศึกษาช่วยผลิตและจัดส่งตรงสู่พื้นที่ทันที เพื่อลดขั้นตอนการผ่านส่วนกลาง

 

นอกจากนี้ กทม. ได้ขอสนับสนุนรถยกสูงเพิ่มอีก 6 คัน พร้อมประสานเรือขนาดเล็ก เจ็ตสกี และภาคเอกชน เพื่อลำเลียงอาหาร ถุงยังชีพ นมผงเด็ก ผ้าอ้อม และสิ่งของจำเป็นเข้าซอยแคบ ขณะเดียวกัน ได้ใช้ระบบรับฟังเสียงประชาชน (Social Listening) และสายด่วน 1555 ติดตามการร้องขอความช่วยเหลือ โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงซึ่งดำเนินการตามเคสไปแล้วกว่า 300 ราย พร้อมกำชับให้ติดตามทุกเคสจนกว่าจะได้รับการช่วยเหลือ

 

เริ่มฟื้นฟูพื้นที่น้ำแห้ง เตรียมทำความสะอาดครั้งใหญ่-เก็บขยะชิ้นใหญ่

 

สำหรับพื้นที่ที่น้ำเริ่มแห้งแล้ว กทม. จะทยอยทำความสะอาดครั้งใหญ่ (Big Cleaning) ทำความสะอาดถนนและเก็บขยะชิ้นใหญ่ เช่น ตู้ เตียง เฟอร์นิเจอร์ โดยใช้ระบบจับคู่เขต (Buddy) นำกำลังคนและเครื่องจักรจากเขตที่ไม่ได้รับผลกระทบเข้ามาสนับสนุน พร้อมให้สำนักอนามัยแจกจ่ายยาน้ำกัดเท้า ยากันยุง และสิ่งจำเป็นด้านสุขอนามัย รวมถึงจัดเตรียมสิ่งของจำเป็นสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ เช่น นมผงเด็กและผ้าอ้อม ให้เพียงพอ

 

ด้านโรงเรียนในสังกัด อยู่ระหว่างพิจารณาปรับการเรียนการสอนและการสอบตามสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ เนื่องจากหลายแห่งถูกใช้เป็นศูนย์พักพิงและครัวกลาง และอยู่ในช่วงใกล้ปิดภาคเรียน

 

ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุน และกำชับให้ทีมงานเร่งกระจายความช่วยเหลือเข้าถึงทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง

 

ข่าวล่าสุด