นายชัชชาติ ให้ข้อสังเกตว่า สถานการณ์น้ำในคลองแน่น แต่น้ำบนถนนยังไม่ท่วมขัง จึงเชื่อว่าที่ผ่านมา กทม. ทำระบบระบายน้ำและลอกท่อได้ดี ทำให้ไม่เห็นน้ำท่วมในพื้นที่ชั้นใน ปัญหาจึงไปอยู่ที่บริเวณริมคลองแทน ทั้งนี้หวังว่าหากฝนตกลงมาเพียงปรอยๆ กทม. จะสามารถสูบน้ำสู้ได้ โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำเต็มกำลังในอัตรา 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในฝั่งพระนคร และให้ตรวจสอบท่อระบายน้ำไม่ให้อุดตัน
หากช่วงเย็นนี้มีฝนตกลงมาเพิ่ม อาจมีน้ำท่วมขังเพิ่มเติม จึงได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตามจุดต่างๆ และขอให้ประชาชนตรวจสอบเรื่องการเดินทางด้วย ส่วนกรณีคืนนี้ที่มีโอกาสฝนตกหนัก นายชัชชาติระบุว่าได้สั่งการเตรียมการไว้แล้ว สำหรับบ้านที่อยู่ริมคลองให้ยกของขึ้นที่สูง แต่เชื่อว่าสถานการณ์จะไม่รุนแรงมาก ส่วนในเมืองโซนริมแม่น้ำเจ้าพระยายังไม่มีปัญหา แต่ยังต้องเฝ้าระวังไปจนถึงวันที่ 27 ก.ย.
ขณะเดียวกันในพื้นที่คลองต่างๆ ที่วิกฤต ได้มีการใช้เครื่องผลักดันน้ำเพื่อให้น้ำไหลเร็วขึ้น และบริหารจัดการการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำอย่างเต็มที่ นายชัชชาติชี้แจงเหตุผลที่ไม่ผลักดันน้ำในคลองประเวศไป อ.แปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา เนื่องจากมีคลองของกรมชลประทานกั้นอยู่และอาจกระทบกับเกษตรกร กรมชลประทานจึงเป็นผู้บริหารจัดการน้ำ ทั้งนี้ตนได้พูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงจังหวัดข้างเคียง ทั้งสมุทรปราการและฉะเชิงเทรา ซึ่งมีปริมาณน้ำท่วมหนักเช่นกัน
เมื่อถามถึงการระบายน้ำปี 2569 เทียบกับปี 2568 นายชัชชาติเชื่อว่าระบบอุโมงค์ระบายน้ำที่เปิดใช้งานแล้ว และสถานีสูบน้ำที่มีการพัฒนาในหลายจุด รวมถึงท่อระบายน้ำและถนนหนทางที่สูงขึ้น ทำให้หลายจุดไม่ท่วมเหมือนเมื่อก่อน เช่น รามคำแหง 21 และ 24 จึงถือว่าพัฒนาขึ้นในหลายด้าน โดยเฉพาะท่อระบายน้ำที่ทำได้ดีขึ้น แม้คลองจะเต็มแต่ที่อื่นไม่ท่วม อย่างไรก็ตามยังมีจุดเสี่ยงที่ต้องปรับปรุงอีกกว่า 200 จุด จาก 700 กว่าจุด หรือประมาณ 20%
นายชัชชาติย้ำว่า หย่อมความกดอากาศยังแช่อยู่ใน กทม. และเอียงไปทางตะวันออก ลักษณะไม่เหมือนมรสุมที่เข้ามาแล้วผ่านไปเลย สถานการณ์คาดว่าจะค่อยๆ ขยับไปทางตะวันตก หากผ่านไปได้สถานการณ์ในกรุงเทพฯ จะเบาขึ้น และคาดว่าหลังวันที่ 27 ก.ย. สถานการณ์จะดีขึ้น
ด้าน นายวิศณุ รองผู้ว่า กทม. อธิบายว่า คลองสายหลักในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ คลองแสนแสบและคลองประเวศ โดยคลองประเวศรับน้ำมาจากเขตพระโขนง สวนหลวง ประเวศ สะพานสูง และลาดกระบัง ซึ่งขณะนี้อยู่ในระดับวิกฤต จะต้องเร่งระบายคลองประเวศไปสู่สถานีสูบน้ำพระโขนง ซึ่งรับน้ำมาจากคลองแสนแสบด้วย แล้วจะระบายไปคลองลาดพร้าว ส่วนคลองแสนแสบขณะนี้ระดับน้ำก็ยังวิกฤตเพราะน้ำเริ่มทยอยลงมาสมทบกัน
สำหรับสถานีสูบน้ำอุโมงค์บางอ้อ มีเครื่องสูบน้ำทั้งหมด 6 ตัว แต่เปิดใช้งาน 4 ตัว เพราะน้ำยังเข้ามาในระบบไม่ถึง 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยขณะนี้มีน้ำเข้ามาในระบบ 40 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยรับน้ำมาจากฝั่งบางนา-สุขุมวิท 101/1 และคลองหนองบอน-คลองเพชร-คลองบางอ้อ มาลงสถานีสูบน้ำอุโมงค์บางอ้อเพื่อออกแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร