ด้าน นายพานทอง กล่าวย้ำว่า ได้รับผลกระทบอย่างหนักต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ปลา และหอย ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก แม้จะได้รับการเยียวยาจากกรุงเทพมหานครแล้ว แต่ปัญหาการแพร่ระบาดก็ยังไม่ลดลง ปัจจุบันภาครัฐไม่มีนโยบายที่ชัดเจนตั้งแต่รัฐบาลอนุทิน 1 จนถึงอนุทิน 2 ขณะที่กรมประมงให้คำมั่นว่า "เอาอยู่" แต่ภาพความเป็นจริงกลับสวนทาง ทำให้เกษตรกรไม่สามารถหาเลี้ยงชีพได้อีกต่อไป พร้อมฝากถึงรัฐบาลว่า หากลงพื้นที่เขตบางขุนเทียน จะพบว่าปลาหมอคางดำไม่ได้ลดน้อยลงเลย
ขณะที่ตัวแทนเกษตรกรชาวสมุทรสงคราม ในฐานะผู้ยื่นฟ้องต่อบริษัทเอกชน ระบุว่า ปัญหาแพร่ระบาดหนักในช่วงหลังตั้งแต่ปี 2567 โดยปัจจุบันลามไปแล้ว 22 จังหวัด แต่กรมประมงและรัฐบาลไม่เคยนำความจริงมาเปิดเผย หลอกประชาชนว่ากำจัดเหลือน้อย พร้อมรอคำตัดสินจากศาลปกครองสูงสุด และจี้ให้กระทรวงมหาดไทยประกาศเขตภัยพิบัติในจังหวัดอื่นๆ เช่นเดียวกับจังหวัดสมุทรสงคราม โดยในวันที่ 30 กันยายนนี้จะมีนัดสืบพยาน พร้อมกันนี้เห็นด้วยกับมาตรการ 7 ข้อของรัฐบาล แต่มีข้อเสียคือการปฏิบัติที่หย่อนยานและไม่ทำจริง พร้อมเสนอให้ดึงภาคประชาชนเข้าร่วมกระบวนการกำจัดด้วย
นายณัฐชา กล่าวเสริมว่า สถานการณ์ปัญหาปลาหมอคางดำเกิดจากการปล่อยปละละเลยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อนุญาตให้นำเข้าครั้งแรก สอดคล้องกับคำพิพากษาศาลปกครองที่สั่งให้กรมประมงต้องทำหน้าที่ ทำให้ประชาชนไม่ต้องมาคอยฟ้องร้องด้วยตนเอง แต่ปัจจุบันชาวบ้านต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว มีเพียงสภาทนายความและภาคประชาสังคมที่ยื่นมือเข้าช่วย ขณะที่ชาวบ้านต้องเผชิญอุปสรรคในการต่อสู้กับกลุ่มทุน เช่น เรื่องเงินวางศาล
นายณัฐชา เน้นย้ำว่า สิ่งที่พรรคเคยเสนอมาตลอด 2 ปี คือกระบวนการที่ชัดเจน โดยเฉพาะสถานการณ์ล่าสุดที่พบปลาหมอคางดำแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ภาคอีสาน ณ บริเวณเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์
"นี่คือสัญญาณอันตรายและเรียกว่าสัญญาณหายนะได้เลยว่า สัตว์น้ำพื้นถิ่นของพี่น้องประชาชนคนไทยที่อยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ จะกลายเป็นเหมือนสถานการณ์ 3 สมุทรที่เกิดขึ้นในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน และสิ่งที่จะตามมาคือผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน หากรัฐบาลไม่ดำเนินการใดๆ" นายณัฐชา กล่าว
นายณัฐชา เสนอมาตรการ 4 สี "แดง-เหลือง-ขาว-เขียว" ให้หน่วยงานภาครัฐนำไปปฏิบัติ เช่น พื้นที่สีแดงต้องกวาดล้างให้สิ้นซาก, พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต้องปิดชั่วคราวนโยบายจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น หรือในแหล่งน้ำธรรมชาติที่รัฐบาลไม่สามารถกวาดล้างได้ ในบ่อของชาวบ้านต้องมีระบบจัดการปลาหมอคางดำ โดยมีรายงานสรุปเงื่อนไขและขั้นตอนส่งให้รัฐบาลแล้ว
ส่วนกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะประกาศตั้งศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำในวันนี้ โดยตั้งเป้าหมาย 3 เดือน นายณัฐชา กระทุ้งว่า ไม่ได้ตื่นเต้น เนื่องจากรัฐบาลชุดก่อนก็เคยประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติมาแล้วแต่ไม่มีการแก้ไขเยียวยาหรือตั้งงบประมาณจริงจัง ปัจจุบันต้องใช้งบกลาง 350 ล้านบาทมาแก้ปัญหา
"ต้องเฝ้าติดตามต่อไปว่า งบจะใช้ไปในทิศทางไหน รายละเอียดมากกว่าการตั้งศูนย์คืออะไร และความเปลี่ยนแปลงใน 3 เดือนข้างหน้า หากยังไม่เปลี่ยนแปลง สิ่งที่อาจจะเปลี่ยนแปลงคือตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์" นายณัฐชา กล่าว
นายณัฐพงษ์ ย้ำทิ้งท้ายว่า สิ่งที่ต้องการเห็นคือการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนลงลึกในรายละเอียด ยืนยันพรรคประชาชนจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและผลักดันข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมให้รัฐบาลปฏิบัติโดยเร็วที่สุด