เนชั่นทีวี

ข่าว

ให้จบในยุคนี้! "ยศชนัน" นัดถกพรุ่งนี้ปม "อุเทนถวาย-ปทุมวัน" ยึดข้อกฎหมายจัดการ "หัวโจก" เร่งแผนย้ายสถาบัน

08 ก.ย. 2569 | natthanan_chu

ให้จบในยุคนี้! "ยศชนัน" นัดถกพรุ่งนี้ปม "อุเทนถวาย-ปทุมวัน" ยึดข้อกฎหมายจัดการ "หัวโจก" เร่งแผนย้ายสถาบัน

ให้จบในยุคนี้! "ยศชนัน" นัดถกพรุ่งนี้ปม "อุเทนถวาย-ปทุมวัน" ยึดข้อกฎหมายจัดการ "หัวโจก" เร่งแผนย้ายสถาบัน-พลิกโฉมพื้นที่พิพาทสู่ย่านเศรษฐกิจ

ให้จบในยุคนี้! "ยศชนัน" นัดถกพรุ่งนี้ปม "อุเทนถวาย-ปทุมวัน" ยึดข้อกฎหมายจัดการ "หัวโจก" เร่งแผนย้ายสถาบัน-พลิกโฉมพื้นที่พิพาทสู่ย่านเศรษฐกิจ

KEY

POINTS

  • อว. นัดถกทุกฝ่ายด่วน 9 ก.ย. นี้ ลั่นต้องยุติปัญหาอุเทนถวาย-ปทุมวันให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด
  • เผยแผนย้ายอุเทนถวายออกนอกพื้นที่ เล็งปรับพื้นที่พิพาทให้กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ
  • เตรียมคุยกับกลุ่มแกนนำโดยใช้กฎหมายและหลักฐาน ย้ำปล่อยไว้ไม่ได้เพราะกระทบท่องเที่ยว

กรณีเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย บนสถานีรถไฟฟ้า BTS จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเป็นปัญหาสังคมเรื่อยมา

 

8 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงปมดังกล่าวว่า เป็นเรื่องที่เกิดความรุนแรงพอสมควร ในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีความพยายามจากหลายฝ่ายที่จะทำให้เรื่องนี้สิ้นสุดลง และตั้งแต่ตนเข้ามาดำรงตำแหน่ง 2-3 เดือน ได้พูดคุยกับอธิบดี (อธิการบดี) ของทั้ง 2 สถานศึกษามาโดยตลอด 

 

"โดยขั้นแรกได้ปรับรูปแบบการเรียนการสอน ใช้วิธีเหลื่อมเวลา และให้นักศึกษาปทุมวันออกไปเรียนหรือฝึกปฏิบัติที่บริษัทโดยตรงตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกัน ซึ่งดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว ควบคู่ไปกับการที่คณะกรรมการยุติข้อพิพาทของทั้ง 2 สถาบันพยายามผลักดันให้มีการย้ายสถานศึกษา โดยเฉพาะอุเทนถวายให้ย้ายออกไปตั้งในจุดอื่น ซึ่งมีกรมธนารักษ์เข้ามาช่วยดูแลเรื่องพื้นที่" นายยศชนัน เผย

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า การดำเนินงานยังค่อนข้างล่าช้า จึงมีข้อเสนอเพิ่มเติมว่า หากยังไม่มีพื้นที่ใหม่ อาจให้อุเทนถวายใช้พื้นที่ของตนเองเพื่อเคลื่อนย้ายกลุ่มนักศึกษาออกไปก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะอย่างยั่งยืน ที่ผ่านมาหากเกิดข้อพิพาทหรือมีการแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางมหาวิทยาลัยจะใช้มาตรการหยุดเรียนเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ซึ่งแม้จะช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ล่าสุดก็ยังคงเกิดเหตุปะทะขึ้นอีก

 

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า ในวันที่ 9 กันยายน เวลา 11.00 น. ที่กระทรวง อว. จะมีการจัดประชุมร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ปลัดและรองปลัดกระทรวง อว., อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะเจ้าของพื้นที่, ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, คณบดีวิทยาเขตอุเทนถวาย และอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เพื่อหารือโดยใช้ข้อกฎหมายและเกณฑ์ต่างๆ เป็นตัวตั้งอย่างเคร่งครัด

 

นายยศชนัน กล่าวด้วยว่า ปัญหาดังกล่าวเรื้อรังมาหลายปีและมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมถึงเสียชีวิต ทั้งยังส่งผลกระทบต่อประชาชนที่สัญจรไปมาซึ่งมักโดนลูกหลง จึงถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันแก้ปัญหาและเห็นพ้องกันว่าเรื่องนี้ต้องทำให้รวดเร็วและเด็ดขาด โดยหลังจากการประชุมเสร็จสิ้น จะมีการแถลงรายละเอียดและกรอบเวลาที่ชัดเจนให้สื่อมวลชนได้รับทราบ พร้อมยืนยันว่าจะทำเรื่องนี้ให้ดีที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำ และพยายามจะให้จบในเงื่อนไขที่สามารถทำได้เกี่ยวกับกฎหมายในยุคที่ตนเป็นรัฐมนตรี

 

เมื่อถามถึงกรณีที่ผ่านมามีการเจรจาย้ายสถานศึกษาหลายครั้งแต่ยังไม่สามารถทำได้ จะมีวิธีการอย่างไร 

 

นายยศชนัน กล่าวว่า ตนจะนำข้อกฎหมายและข้อยุติต่างๆ ที่เคยตกลงกันไว้มาเป็นไกด์ไลน์ให้มหาวิทยาลัยปฏิบัติได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม วิธีการเหลื่อมเวลาเรียนแม้จะทำให้เหตุการณ์สงบลงได้บ้าง แต่ตนคิดว่าทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปได้ค่อนข้างช้า จึงต้องนำทุกคนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนำคนที่ได้รับผลกระทบเข้ามาดำเนินการร่วมกัน

 

เมื่อถามถึงการเจรจากับกลุ่มแกนนำหรือหัวโจก 

 

นายยศชนัน ยืนยันว่า ต้องมีการเจรจาด้วยเหตุผลและหลักฐานทางกฎหมาย แม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากมีผู้บาดเจ็บก็ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะยอมรับหรือไม่ก็ตาม เนื่องจากปัญหาดังกล่าวสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนคนไทย ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต เศรษฐกิจ ความเชื่อมั่น และการท่องเที่ยว จึงถึงเวลาที่ต้องจัดการเรื่องนี้อย่างเบ็ดเสร็จ

 

นายยศชนัน กล่าวปิดท้ายว่า สำหรับความคืบหน้าเรื่องการย้ายสถานที่ ปัจจุบันเตรียมไว้ 2 แนวทาง คือ พื้นที่นอกเมืองที่เคยตกลงกันไว้เบื้องต้น และพื้นที่วิทยาเขตต่างๆ ของราชมงคลตะวันออก นอกจากนี้ยังได้หารือกับทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยถึงแผนการในอนาคต ที่จะปรับปรุงพื้นที่พิพาทเดิมให้กลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อใช้เป็นพื้นที่เชื่อมโยงระหว่างภาคอุตสาหกรรม งานวิจัย และการค้าขาย ซึ่งสอดคล้องกับจุดเด่นของพื้นที่บริเวณดังกล่าว


 

ข่าวล่าสุด