กรณีศึกษาประวัติศาสตร์: สิงคโปร์เฆี่ยนหวายและเนรเทศ "ไมเคิล เฟย์"
หนึ่งในกรณีศึกษาการเนรเทศที่กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก เกิดขึ้นเมื่อปี 2537 ในประเทศสิงคโปร์ จากคดีของ ไมเคิล ปีเตอร์ เฟย์ (Michael Peter Fay) วัยรุ่นชาวอเมริกันวัย 18 ปี ที่อาศัยอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยงในสิงคโปร์ ซึ่งถูกจับกุมในข้อหาทำลายทรัพย์สินสาธารณะ (Vandalism) จากพฤติกรรมพ่นสีสเปรย์ใส่รถยนต์ ราดน้ำมัน เจาะยางแท็กซี่ และขโมยป้ายจราจร
ศาลสิงคโปร์ตัดสินลงโทษจำคุก 4 เดือน ปรับเงิน 3,500 ดอลลาร์สิงคโปร์ และสั่งลงโทษ "เฆี่ยนด้วยหวาย" (Caning) จำนวน 6 ครั้ง ตาม พ.ร.บ. บัญญัติการทำลายทรัพย์สินสาธารณะ คดีดังกล่าวได้บานปลายกลายเป็นวิกฤตการทูตระหว่างประเทศทันที เมื่อ บิล คลินตัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในขณะนั้น ได้ส่งหนังสือเป็นทางการถึงรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อขออภัยโทษ โดยโจมตีว่าบทลงโทษเฆี่ยนหวายรุนแรงเกินไปสำหรับคดีทำลายทรัพย์สิน
อย่างไรก็ตาม แม้นายออง เท็ง เจียง ประธานาธิบดีสิงคโปร์ในขณะนั้น จะยอมลดจำนวนการเฆี่ยนลงจาก 6 ครั้ง เหลือ 4 ครั้ง เพื่อสัมพันธไมตรี แต่นครรัฐสิงคโปร์ปฏิเสธที่จะยกเลิกบทลงโทษเฆี่ยนทั้งหมด โดยยืนยันถึงความศักดิ์สิทธิ์และนิติรัฐในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมโดยไม่ยอมก้มหัวให้กับแรงกดดันจากมหาอำนาจ โดยไมเคิล เฟย์ ถูกลงโทษเฆี่ยนด้วยหวาย 4 ครั้งเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2537 ณ เรือนจำควีนส์ทาวน์ ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวล่วงหน้าในเดือนมิถุนายนปีเดียวกันเนื่องจากประพฤติตัวดี และถูกส่งตัวเนรเทศกลับสหรัฐฯ ทันที พร้อมติดแบล็กลิสต์ห้ามเข้าประเทศสิงคโปร์เป็นเวลานาน