เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดกฎ "เนรเทศสากล" เจาะคดีสิงคโปร์เฆี่ยนเด็กอเมริกัน

08 ก.ย. 2569 | apirak_pra

เปิดกฎ "เนรเทศสากล" เจาะคดีสิงคโปร์เฆี่ยนเด็กอเมริกัน

สรุปหลักการกฎหมายเนรเทศสากลจากสหรัฐฯ และยุโรป พร้อมเจาะลึกความต่างระหว่างคำสั่งส่งกลับและการเนรเทศ ย้อนรอยคดีประวัติศาสตร์สิงคโปร์สั่งเฆี่ยนหวายและเนรเทศวัยรุ่นอเมริกันโดยไม่สนแรงบีบมหาอำนาจ

สรุปหลักการกฎหมายเนรเทศสากลจากสหรัฐฯ และยุโรป พร้อมเจาะลึกความต่างระหว่างคำสั่งส่งกลับและการเนรเทศ ย้อนรอยคดีประวัติศาสตร์สิงคโปร์สั่งเฆี่ยนหวายและเนรเทศวัยรุ่นอเมริกันโดยไม่สนแรงบีบมหาอำนาจ

KEY

POINTS

  • ไมเคิล เฟย์ วัยรุ่นชาวอเมริกัน ถูกศาลสิงคโปร์ตัดสินลงโทษเฆี่ยนด้วยหวาย 4 ครั้ง และเนรเทศกลับประเทศในปี 2537 จากคดีทำลายทรัพย์สินสาธารณะ
  • คดีดังกล่าวกลายเป็นประเด็นทางการทูต เมื่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในขณะนั้นพยายามแทรกแซง แต่สิงคโปร์ยืนยันที่จะบังคับใช้กฎหมายเพื่อความศักดิ์สิทธิ์
  • หลังรับโทษเฆี่ยนและจำคุก ไมเคิล เฟย์ ได้รับการปล่อยตัวและถูกเนรเทศกลับสหรัฐฯ ทันที พร้อมถูกขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าประเทศสิงคโปร์

จากการศึกษากรณีของมหาอำนาจอย่าง สหรัฐอเมริกา การเนรเทศอยู่ภายใต้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติ (Immigration and Nationality Act: INA) ซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทของรัฐบาลกลาง โดยเหตุผลหลักที่ถูกส่งกลับคือการอยู่เกินกำหนดวีซ่า (Overstay), การลักลอบเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการกระทำผิดคดีอาญา ซึ่งกระบวนการของสหรัฐฯ มีมาตรการเรียกว่า "การเนรเทศแบบเร่งด่วน" (Expedited Removal) ที่เปิดทางให้เจ้าหน้าที่ส่งตัวกลับได้ทันทีโดยผู้ถูกเนรเทศไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์หรือขอหมายศาลตรวจสอบ เว้นแต่จะอ้างสิทธิ์ความเป็นพลเมือง

 

ขณะที่ฝั่ง สหภาพยุโรป (EU) และสหราชอาณาจักร จะใช้ระบบที่แบ่งแยกขั้นตอนอย่างชัดเจน ระหว่าง "คำสั่งส่งกลับประเทศต้นทาง" (Return Decision) กับ "การเนรเทศ" (Deportation) โดยเมื่อเจ้าหน้าที่พบชาวต่างชาติกระทำผิดกฎหมาย พำนักโดยไม่มีเอกสาร หรือเป็นภัยต่อความมั่นคง ทางการจะออกคำสั่งส่งกลับล่วงหน้าเพื่อเปิดโอกาสให้เดินทางออกไปเองโดยสมัครใจ (Voluntary Departure) ภายใน 7–30 วัน แต่หากดื้อดึงไม่ปฏิบัติตามตามเวลาที่กำหนด ก็จะยกระดับเป็นมาตรการบังคับเนรเทศทันที พร้อมลงบันทึกคำสั่งห้ามเข้าประเทศ (Entry Ban) ในอนาคต

กรณีศึกษาประวัติศาสตร์: สิงคโปร์เฆี่ยนหวายและเนรเทศ "ไมเคิล เฟย์"

 

หนึ่งในกรณีศึกษาการเนรเทศที่กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก เกิดขึ้นเมื่อปี 2537 ในประเทศสิงคโปร์ จากคดีของ ไมเคิล ปีเตอร์ เฟย์ (Michael Peter Fay) วัยรุ่นชาวอเมริกันวัย 18 ปี ที่อาศัยอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยงในสิงคโปร์ ซึ่งถูกจับกุมในข้อหาทำลายทรัพย์สินสาธารณะ (Vandalism) จากพฤติกรรมพ่นสีสเปรย์ใส่รถยนต์ ราดน้ำมัน เจาะยางแท็กซี่ และขโมยป้ายจราจร

 

ศาลสิงคโปร์ตัดสินลงโทษจำคุก 4 เดือน ปรับเงิน 3,500 ดอลลาร์สิงคโปร์ และสั่งลงโทษ "เฆี่ยนด้วยหวาย" (Caning) จำนวน 6 ครั้ง ตาม พ.ร.บ. บัญญัติการทำลายทรัพย์สินสาธารณะ คดีดังกล่าวได้บานปลายกลายเป็นวิกฤตการทูตระหว่างประเทศทันที เมื่อ บิล คลินตัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในขณะนั้น ได้ส่งหนังสือเป็นทางการถึงรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อขออภัยโทษ โดยโจมตีว่าบทลงโทษเฆี่ยนหวายรุนแรงเกินไปสำหรับคดีทำลายทรัพย์สิน

 

อย่างไรก็ตาม แม้นายออง เท็ง เจียง ประธานาธิบดีสิงคโปร์ในขณะนั้น จะยอมลดจำนวนการเฆี่ยนลงจาก 6 ครั้ง เหลือ 4 ครั้ง เพื่อสัมพันธไมตรี แต่นครรัฐสิงคโปร์ปฏิเสธที่จะยกเลิกบทลงโทษเฆี่ยนทั้งหมด โดยยืนยันถึงความศักดิ์สิทธิ์และนิติรัฐในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมโดยไม่ยอมก้มหัวให้กับแรงกดดันจากมหาอำนาจ โดยไมเคิล เฟย์ ถูกลงโทษเฆี่ยนด้วยหวาย 4 ครั้งเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2537 ณ เรือนจำควีนส์ทาวน์ ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวล่วงหน้าในเดือนมิถุนายนปีเดียวกันเนื่องจากประพฤติตัวดี และถูกส่งตัวเนรเทศกลับสหรัฐฯ ทันที พร้อมติดแบล็กลิสต์ห้ามเข้าประเทศสิงคโปร์เป็นเวลานาน

ข่าวล่าสุด