เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดค่ายกล กกต. สอยปมฮั้ว สว. “ไม่ง่าย” ชี้โครงสร้าง 4 ขั้นตอน เกราะป้องกันชั้นดี

08 ก.ย. 2569 | thunchanok_kul

เปิดค่ายกล กกต. สอยปมฮั้ว สว. “ไม่ง่าย”  ชี้โครงสร้าง 4 ขั้นตอน เกราะป้องกันชั้นดี

เปิดค่ายกล กกต. สอยปมฮั้ว สว. “ไม่ง่าย” ชี้โครงสร้าง 4 ขั้นตอน - มติอนุฯ 36 เกราะป้องกันชั้นดี สกัดฝ่ายตรวจสอบฟ้องผิดกฎหมาย

เปิดค่ายกล กกต. สอยปมฮั้ว สว. “ไม่ง่าย” ชี้โครงสร้าง 4 ขั้นตอน - มติอนุฯ 36 เกราะป้องกันชั้นดี สกัดฝ่ายตรวจสอบฟ้องผิดกฎหมาย

KEY

POINTS

  • ส่องบันได 4 ขั้นตอน กกต.: เริ่มจาก "คณะ 26" เสนอส่งศาล 229 คน  เลขาฯ กกต. (รองฯ ครรชิต) เสนอส่งราว 140 คน "อนุฯ ชุด 36" มติ 5:2 เสนอยกคำร้องทั้งหมด และขั้นตอนสุดท้ายรอ "7 เสือ กกต." ชี้ขาด
  • เกราะป้องกันทางกฎหมาย: การทำงานของ "อนุฯ ชุด 36" เป็นกระบวนการกลั่นกรองภายใน มีกฎหมายและระเบียบรองรับ ทำให้ฝ่ายตรวจสอบฟ้องเอาผิดมาตรา 157 ได้ยาก เนื่องจากมติสุดท้ายอยู่ที่ กกต. ชุดใหญ่
  • ลุ้นมติชี้ขาด 14 ก.ย.: กกต. ชุดใหญ่เตรียมลงมติรายคนและรายข้อหา พร้อมเหตุผลอธิบายชัดเจนว่าเหตุใดบางรายส่งศาลฎีกาและบางรายยกคำร้อง เพื่อใช้เป็นเกราะป้องกันการถูกฟ้องร้องปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

8 กันยายน 2569 ท่ามกลางกระแสการจัดกิจกรรมกดดันของฝ่ายตรวจสอบการเลือกตั้ง สว. นำโดยพรรคประชาชน และกลุ่มไอลอว์ (iLaw) ปรากฏว่า ฟากฝั่งพรรคภูมิใจไทยก็ไม่ได้อยู่นิ่งๆ ให้ถล่ม เพราะได้เตรียมเกมสภาไว้สกัดพรรคประชาชน กับพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ ไม่ให้ขยายประเด็นเรื่องฮั้ว สว. 


เช่นเดียวกับ กกต. ต้องลุ้นว่าจะมีการออกเอกสารข่าวอะไรตามมาอีกหรือไม่ เช่น กระบวนการทำงานของ “อนุฯชุด 36” เพราะต้องยอมรับว่า การวิพากษ์วิจารณ์ “อนุฯชุด 36” ของเวทีพรรคประชาชน หรือเวทีไอลอว์ ล้วนเป็นข้อมูลจากการคาดเดา สันนิษฐาน หรือพูดไปตามหลักฐานที่มี ซึ่งไม่ได้ครบถ้วน 

แนวทางการโต้กลับของ กกต. ก็เช่น 

1.การทำงานของ กกต.ในคดีฮั้ว สว. และคำร้องอื่นๆ มีด้วยกัน 4 ขั้นตอน โดยเฉพาะขั้นตอนที่ 3 “อนุวินิจฉัยปัญหาหรือข้อโต้แย้ง” ในการพิจารณาคำร้องอื่น ก็มีอนุฯชุดนี้พิจารณา ซึ่งเป็นอนุฯชุดปกติ มีถึง 35 ชุด 

2.การตั้ง “อนุฯชุดที่ 36” น่าจะมีกฎหมายหรือระเบียบให้อำนาจ กกต. หรือประธาน กกต.แต่งตั้งได้ จึงไม่น่าจะเอาผิดทางกฎหมายได้ 


3.วิธีการพิจารณาสำนวน หรือคำร้อง ของ “อนุฯชุด36” น่าจะมีระเบียบภายในรองรับ และฝ่ายตรวจสอบน่าจะเอาผิดยาก เช่น อนุกรรมการบางคนพูดน้อย หรือไม่พูดอะไรเลย => เรื่องนี้คงเอาผิดทางกฎหมายไม่ได้ ได้แค่ตั้งข้อสังเกต 


หรือ วิธีการทำงานที่ให้ฝ่ายเลขาฯอ่าน แล้วอนุฯชุด 36 ก็ลงมติ โดยไม่เรียกหลักฐานเพิ่ม ประเด็นนี้ก็ต้องไปดูว่า ระเบียบที่กำหนดกรอบการทำงานของอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ให้อำนาจไว้แค่ไหน เพราะอาจขีดกรอบให้รับฟังสิ่งที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนฯทำมาแล้ว เพื่อชั่งน้ำหนักตามประสบการณ์ โดยไม่ต้องเรียกหลักฐานเพิ่ม หรือสั่งสอบเพิ่มก็เป็นได้ 

**เพราะโครงสร้างและรูปแบบการทำงาน อาจไม่ใช่การถ่วงดุลกันเหมือน ตำรวจ กับอัยการ 

 

4.การทำงาน 4 ขั้นตอนของ กกต. ไม่ได้เห็นทางเดียวกันทั้งหมด 

บันได 4 ขั้น กกต. : ฮั้ว สว.ก่อนชี้ขาด 

  • ขั้นที่ 1 คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน (ส่วนกลาง) คณะที่ 26 

**เสนอส่งคำร้องไปยังศาลฎีกา 229 คน (สว.ตัวจริง 138 คน / รัฐมนตรี 13 คน / สส.ภูมิใจไทย 17 คน / ผู้สมัคร สว.และเครือข่าย 61 คน) จากจำนวนผู้ถูกกล่าวหามากกว่า 400 คน 

  • ขั้นที่ 2 สำนักงานเลขาธิการ กกต. 

**เลขาฯแหวง ไม่พิจารณาเอง มอบให้ รองฯครรชิต 
**เสนอส่งคำร้องไปยังศาลฎีกา 134 + 6 + ?? (134 สว.ตัวจริง + 6 แกนนำพรรคการเมือง + กลุ่มอื่น ไม่ทราบจำนวน) รวมแล้ว 140+ 

  • ขั้นที่ 3 คณะอนุกรรมการวินิจฉัยปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 

**เสนอยกคำร้องทั้ง 229 คน 

  • ขั้นที่ 4 (7 เสือ กกต.)

**ลุ้น 14 ก.ย. จะลงมติอย่างไร


จะเห็นได้ว่า “คณะ 26” ก็ไม่ได้เสนอให้ส่งคำร้องไปยังศาลฎีกาทั้งหมด เพราะมีข่าวว่า คำร้องกล่าวหามีมากกว่า 400 คน แต่เสนอให้ส่งศาลฎีกา 229 คน 

 

  • เมื่อมาถึงขั้นที่ 2 สำนักงานเลขาธิการ กกต. รองฯครรชิต เจริญอินทร์ ก็เสนอส่งคำร้องไปยังศาลฎีกา ราวๆ 140 คน ไม่ถึง 200 คนด้วยซ้ำ 
  • ต่อมาขั้นที่ 3 “อนุฯชุด 36” แม้เสียงข้างมากจะให้ยกคำร้องทั้ง 229 คน แต่ก็ไม่ใช่เสียงเอกฉันท์ มติที่ออกมาคือ 5 ต่อ 2 
  • ส่วนขั้นที่ 4 ต้องรอ กกต.ชุดใหญ่ลงมติ ซึ่งก็มีกรรมการบางท่านออกมาให้ข่าวแล้วว่า จะมีการลงมติรายคน รายข้อหา และมีคำอธิบายชัดเจนแต่ละคน แต่ละกลุ่มเลยว่า ทำไมกลุ่มนี้ คนนี้ ถึงโดนส่งศาลฎีกา ทำไมบางคน บางกลุ่มยกคำร้อง 
     

เหตุผลเหล่านี้จะเป็นเกราะป้องกันตัว กกต. ทั้ง 7 คน เวลาถูกฟ้องร้องปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามที่ฝ่ายตรวจสอบขู่เอาไว้ 


ส่วนการทำงานของ “คณะ 26” และ “อนุฯชุด 36” ไม่น่าจะเอาผิดทางกฎหมายใดๆ ได้ แม้มติที่ออกมาจะไม่ถูกใจ เพราะเป็นกระบวนการทำงานภายในของ กกต. และไม่ใช่มติสุดท้าย โดยผู้รับผิดชอบโดยตรงทางกฎหมาย น่าจะเป็น กกต.ชุดใหญ่ 7 คนเท่านั้น

ข่าวล่าสุด