สหรัฐฯ กดดันจีนร่วมมือ - วิกฤตเศรษฐกิจอิหร่านดิ่งเหว
ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้ประเทศจีนให้ความร่วมมือกับมาตรการดังกล่าว โดยชี้ว่าจีนพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียสูงถึงครึ่งหนึ่งของปริมาณการนำเข้าทั้งหมด ทว่าโฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีน ณ กรุงวอชิงตัน ได้ออกมาปฏิเสธและย้ำว่า การคว่ำบาตรและการกดดันไม่สามารถแก้ปัญหาได้ พร้อมเรียกร้องให้แก้ไขวิกฤตผ่านทางการทูตและการเมืองเท่านั้น
สถานการณ์ทางเศรษฐกิจภายในของอิหร่านกำลังรวบรวมความเสี่ยงรอบด้าน ตั้งแต่ปัญหาเงินเฟ้อที่พุ่งสูง ค่าเงินเรียลที่อ่อนค่าลงอย่างหนัก การขาดแคลนพลังงาน ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากสงคราม ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านยอมรับว่า การถูกลงโทษทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมอาจซ้ำเติมความยากลำบากของประชาชนและบั่นทอนเสถียรภาพของรัฐบาล
ทั้งนี้ ท่ามกลางภาวะสุญญากาศของการเจรจาโดยตรงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ประเทศตัวกลางอย่าง ปากีสถาน กาตาร์ และตุรกี กำลังพยายามผลักดันทางการทูตอย่างหนัก โดย อาสิม มูเนียร์ (Asim Munir) ผู้นำกองทัพปากีสถาน มีกำหนดเดินทางเยือนกรุงเตหะรานในวันจันทร์นี้ เพื่อหารือและหาทางออกทางออกเกี่ยวกับภัยคุกคามจากการคว่ำบาตรระลอกใหม่ของสหรัฐฯ