เนชั่นทีวี

ข่าว

กะเทาะปมไฟป่าพรุควนเคร็ง มหันตภัยซ้ำซาก กับแก้ปัญหาระยะยาว?

17 ส.ค. 2569 | prisana_tha

กะเทาะปมไฟป่าพรุควนเคร็ง มหันตภัยซ้ำซาก กับแก้ปัญหาระยะยาว?

กะเทาะปมไฟป่าพรุควนเคร็ง มหันตภัยที่เกิดขึ้นซ้ำซาก กลืนกินผืนป่านับหมื่นไร่ต่อปี ต้นเหตุ และการแก้ปัญหาระยะยาว?

กะเทาะปมไฟป่าพรุควนเคร็ง มหันตภัยที่เกิดขึ้นซ้ำซาก กลืนกินผืนป่านับหมื่นไร่ต่อปี ต้นเหตุ และการแก้ปัญหาระยะยาว?

KEY

POINTS

  • ไฟป่าพรุควนเคร็งเข้าสู่วันที่ 5 ไฟผิวดินเริ่มคลี่คลาย แต่ยังต้องเฝ้าระวัง “ไฟใต้ดิน” ในชั้นดินพรุที่แห้งจัด ซึ่งอาจปะทุซ้ำเมื่อเจอลมแรงและอากาศแห้ง
  • ปัจจัยไฟไหม้ซ้ำซากมาจากทั้งธรรมชาติและมนุษย์ ทั้งภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง การขุดคลองและเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน รวมถึงการจุดไฟหาของป่า ล่าสัตว์ หาปลา และเผาพื้นที่เกษตร
  • พรุควนเคร็ง เผชิญไฟป่ามาอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2555 เสียหายกว่า 12,000 ไร่ และปี 2562 เกิดไฟ 88 ครั้งในช่วง 7 เดือนแรก สะท้อนว่าการแก้ปัญหาต้องฟื้นระบบน้ำและจัดการพื้นที่เชิงโครงสร้าง

ไฟป่าพรุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช เข้าสู่วันที่ 5 แม้สถานการณ์บริเวณ ต.เคร็ง อ.ชะอวด จะเริ่มคลี่คลาย แต่ภารกิจของเจ้าหน้าที่ยังไม่จบ เพราะสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือ “ไฟใต้ดิน” และกลุ่มควันที่ยังคุกรุ่นอยู่ในชั้นดินพรุ ซึ่งสามารถปะทุขึ้นมาได้อีกเมื่อมีลมแรงและสภาพอากาศแห้งแล้ง

 

5 วัน นับแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2569 จนถึง วันที่ 17 สิงหาคม 2569 จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงตรึงกำลังเจ้าหน้าที่ รถดับเพลิง รถบรรทุกน้ำ และเครื่องมือดับไฟป่าพรุควนเคร็งอย่างต่อเนื่อง หลังระดมรถจากทุกภาคส่วนเกือบ 100 คัน เข้าฉีดน้ำและทำแนวกันไฟเพื่อสกัดการลุกลาม

เบื้องต้น พบพื้นที่ป่าเสียหายประมาณ 500 ไร่ มีจุดความร้อน 15 จุด และประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 290 ครัวเรือน หรือมากกว่า 800 คน โดยก่อนหน้านี้มีการอพยพผู้ป่วย กลุ่มเปราะบาง และประชาชนกลุ่มเสี่ยงออกจากพื้นที่

 

ไฟป่าพรุควนเคร็ง

 

แม้ไฟบนผิวดินจะลดความรุนแรงลง แต่เจ้าหน้าที่ยังต้องรับมือกับสภาพดินพรุที่แห้งจัด ประกอบกับกระแสลมแรง เพราะไฟสามารถลุกลามลงไปตามชั้นอินทรียวัตถุใต้ดินและกลับมาปะทุใหม่ได้

 

ทำไม “พรุควนเคร็ง” จึงเกิดไฟไหม้ซ้ำซาก?

 

คำตอบไม่ได้อยู่ที่อากาศร้อนหรือภัยแล้งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาที่เกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน โดยธรรมชาติ “ป่าพรุ” เป็นระบบนิเวศที่มีน้ำหล่อเลี้ยงและมีซากพืชสะสมอยู่ในชั้นดินเป็นเวลานาน เมื่อระดับน้ำลดลง ชั้นอินทรียวัตถุเหล่านี้จะแห้งและกลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี

ไฟป่าพรุควนเคร็ง

 

ข้อมูลจากการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับพรุควนเคร็ง ระบุว่า ปัจจัยสำคัญคือภาวะแล้งและฝนทิ้งช่วง ขณะเดียวกันการขุดคลองและการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินโดยรอบ ทำให้น้ำในพื้นที่พรุระบายออกและระดับน้ำใต้ดินลดลง ส่งผลให้ดินพรุแห้งจนเกิดการติดไฟได้ง่ายขึ้น

 

ขณะเดียวกัน การจุดไฟเพื่อหาของป่า ล่าสัตว์ หาปลา รวมถึงการเผาพื้นที่เกษตรหรือเผากระจูด ทำให้เกิดการลุกลามเข้าสู่ป่าพรุได้

 

ไฟป่าพรุควนเคร็ง

 

โดยก่อนหน้านี้พบว่า ในปี 2562 เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ พบไฟป่าพรุควนเคร็งจำนวนมาก โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าหลายจุดมีลักษณะเป็นต้นเพลิงแยกกัน ไม่ใช่การลุกลามจากจุดเดียว โดยมีหลักฐานว่าไฟจำนวนหนึ่งเกิดจากฝีมือมนุษย์

 

“ไฟป่าพรุควนเคร็ง” กลายเป็นปัญหาเรื้อรัง

 

ปี 2555 เป็นปีที่เกิดไฟไหม้ครั้งรุนแรง โดยมีรายงานไฟไหม้กว่า 120 ครั้ง พื้นที่เสียหายกว่า 12,000 ไร่ โดยภัยแล้งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ขณะที่ ปี 2559 เกิดไฟป่าหลายระลอก เสียหายหลายพันไร่

.

ปี 2562 ไฟป่ารุนแรงมาก เพียง 7 เดือนแรก มีรายงานไฟไหม้ 88 ครั้ง พื้นที่เสียหายเกือบ 5,000 ไร่ และมีจุดความร้อนจำนวนมากกระจายอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรม ป่าอนุรักษ์ และป่าสงวน สร้างความเสียหายต่อพื้นที่ป่ากว่า 30,000 ไร่ ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสัตว์ป่าอย่างชัดเจน โดยมีรายงานว่า ลิงแสมจำนวนมากต้องออกจากพื้นที่ป่าเพื่อหาอาหารตามแนวถนนและชุมชน

 

ไฟป่าพรุควนเคร็ง

 

ไฟพรุไม่ใช่แค่ “ไฟป่า”

 

เหตุการณ์ไฟป่าจากอดีตสะท้อนว่า การแก้ปัญหาพรุควนเคร็ง หัวใจสำคัญคือ การรักษาระดับน้ำในพื้นที่พรุไม่ให้แห้งจนกลายเป็นเชื้อเพลิง การจัดการระบบคลองและทางน้ำอย่างเหมาะสม การควบคุมการเผาในพื้นที่รอยต่อ รวมถึงการเฝ้าระวังพฤติกรรมการจุดไฟของคนในช่วงฤดูแล้ง

 

ดังนั้น 5 วันของไฟป่าพรุควนเคร็งในปี 2569 จึงอาจไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ไฟป่าครั้งหนึ่ง หากแต่เป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบนิเวศพรุ ที่ต้องแก้ตั้งแต่ “ต้นเหตุ” ก่อนที่ไฟจะกลับมากลืนกินผืนป่าและชุมชนอีกครั้ง!

ข่าวล่าสุด