เนชั่นทีวี

ข่าว

“อัครเดช” สวน “ศิริกัญญา” อย่าใช้อคติการเมืองปม "ไทยช่วยไทยพลัส"

21 ก.ย. 2569 | thunchanok_kul

“อัครเดช” สวน “ศิริกัญญา” อย่าใช้อคติการเมืองปม "ไทยช่วยไทยพลัส"

“อัครเดช” สวน “ศิริกัญญา” ปมดรามา "ไทยช่วยไทยพลัส" เฟส 2 ซัดอย่าใช้อคติทางการเมืองโจมตีรัฐบาล ยันเงินเติมลงระบบหมุนเวียนเศรษฐกิจถึงรากหญ้า "อย่ามองแต่เกมการเมือง"

“อัครเดช” สวน “ศิริกัญญา” ปมดรามา "ไทยช่วยไทยพลัส" เฟส 2 ซัดอย่าใช้อคติทางการเมืองโจมตีรัฐบาล ยันเงินเติมลงระบบหมุนเวียนเศรษฐกิจถึงรากหญ้า "อย่ามองแต่เกมการเมือง"

KEY

POINTS

  • โต้ศิริกัญญา: "อัครเดช" สส.ภูมิใจไทย ซัด "ศิริกัญญา" ใช้อคติโจมตีโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2" หลังถูกหาว่าล้มเหลว-กระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้
  • ยันหมุนเวียนเศรษฐกิจ: เปรียบเม็ดเงินเหมือน "เลือด" อัดฉีดระบบ ช่วยร้านค้า กระตุ้นซัพพลายเชนและการจ้างงานถึงระดับรากหญ้า
  • แนะปล่อยวางเกมการเมือง: ชี้เงินอาจดูน้อยสำหรับ สส. แต่จำเป็นต่อคนรายได้น้อย ย้ำประชาชนชื่นชอบจนรัฐได้คะแนนนิยมเป็นเรื่องธรรมดา

21 กันยายน 2569 นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2” ของรัฐบาล โดยชี้ว่าโครงการดังกล่าวล้มเหลวในทุกมิติ ทั้งในแง่การเยียวยาประชาชนและการกระตุ้นเศรษฐกิจ ว่า น.ส.ศิริกัญญาอาจจะมองว่าเงินตรงนี้เป็นเงินเล็กน้อย เพราะมีรายได้ดี เป็น สส. แต่ต้องอย่าลืมว่าคนรากหญ้าที่มีรายได้น้อยมีความจำเป็นที่ต้องใช้ และรัฐบาลก็ไม่ได้ใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ แต่เอามาใช้ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ยังเดือดร้อนอยู่


นายอัครเดช กล่าวต่อว่า ส่วนข้อวิจารณ์ที่ว่าโครงการไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ว่า  โครงการนี้จะกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้อย่างไร น.ส.ศิริกัญญาก็ต้องเข้าใจว่า การเติมเม็ดเงินลงไปในระบบเศรษฐกิจ เป็นการเพิ่มการหมุนเวียนให้มากขึ้น เมื่อมีการเติมเงินลงไปในระบบ ก็เป็นเหมือนการเติมเลือดเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ เม็ดเงินก็เหมือนเลือดที่เติมเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งมีประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจอยู่แล้ว

การที่จะบอกว่าไม่ได้ช่วย หรือการที่จะบอกว่าไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเลย เป็นเรื่องที่อคติและตั้งใจที่จะโจมตีนโยบายของรัฐบาลอย่างเดียว เพราะการที่บอกว่าไม่มีผลทางเศรษฐกิจนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ยังไงก็มีผลทางเศรษฐกิจอย่างแน่นอน เพราะเมื่อมีเม็ดเงินลงไปในระบบเศรษฐกิจ ก็เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ ร้านค้าร้านขายก็มีรายได้ดีขึ้น เมื่อร้านค้าร้านขายขายของดี ก็มีผลไปถึงซัพพลายเชนในระบบห่วงโซ่ทางเศรษฐกิจ ผู้ผลิตมียอดขายดีขึ้น เมื่อผู้ผลิตขายดีขึ้นก็เกิดการจ้างงาน เม็ดเงินดังกล่าวก็ลงไปถึงรากหญ้าทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจแน่นอน


นายอัครเดช ยังกล่าวประเด็นที่ว่ารัฐบาลต้องการกระตุ้นความนิยม ว่า ที่ผ่านมารัฐบาลมีทั้งเสียงชมและเสียงตำหนิ เป็นธรรมดาของทุกรัฐบาล รัฐบาลมีหน้าที่ต้องเดินหน้า อย่างโครงการไทยช่วยไทยพลัส ส่วนใหญ่ประชาชนก็ชม รัฐก็มีหน้าที่ต้องช่วยเหลือประชาชนในภาพกว้างให้ทั่วถึง ฉะนั้น การทำไทยช่วยไทยพลัสเป็นการช่วยเหลือไปทุกบุคคลที่สามารถเข้าถึงการช่วยเหลือนี้ได้ และที่ผ่านมาโครงการนี้ก็ได้รับเสียงชื่นชมจากพี่น้องประชาชน เสียงที่ตำหนิโครงการนี้ก็มีแต่คุณศิริกัญญาและพรรคประชาชนที่ตำหนิ เพราะเป็นโครงการที่ประชาชนให้ความชื่นชอบ และสร้างกระแสนิยมให้กับรัฐบาลได้

นายอัครเดช ยังกล่าวต่ออีกว่า ตัว น.ส.ศิริกัญญาเอง ในคำวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลก็บอกว่าเป็นการกระตุ้นความนิยมมากกว่า ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง เมื่อคนชื่นชอบนโยบายรัฐบาล รัฐบาลก็ได้คะแนนความนิยมเพิ่ม เป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้น น.ส.ศิริกัญญาก็ควรจะปล่อยวางตรงนี้บ้าง ในเมื่อคนชอบนโยบายรัฐบาล ได้รับประโยชน์ตรงนี้ก็ชื่นชมนโยบายรัฐบาล ก็ได้รับคะแนนนิยมเพิ่ม แล้วน.ส.ศิริกัญญาจะมาโจมตีรัฐบาลทำไม

“ก็ตัวเองคิดว่าพรรคตัวเองเสียประโยชน์ ไม่ได้ประโยชน์จากตรงนี้ เพราะว่าประชาชนนิยมชมชอบในนโยบายของรัฐบาล ก็ออกมาตำหนินโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะที่บอกว่าไทยช่วยไทยพลัสไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่ เพราะช่วยคนที่เดือดร้อน ลดค่าใช้จ่าย ถึงแม้ว่าเงินมันจะไม่เยอะเมื่อเทียบกับรายได้ของคุณศิริกัญญาที่มีรายได้จากเงินเดือน สส. ที่เยอะอยู่แล้ว แต่คนที่เขามีรายได้น้อยก็เป็นประโยชน์” นายอัครเดช กล่าว

ข่าวล่าสุด