เนชั่นทีวี

ข่าว

“ชยพล” กางสัมพันธ์ อนุฯ ที่ 36 กกต. เครือข่ายโยงใย หลักสูตร พตส. - นธป. รอบตัว “อนุทิน”

06 ก.ย. 2569 | prisana_tha

“ชยพล” กางสัมพันธ์ อนุฯ ที่ 36 กกต. เครือข่ายโยงใย หลักสูตร พตส. - นธป. รอบตัว “อนุทิน”

“ชยพล” ชำแหละคดีฮั้ว สว. พิรุธ “อนุฯ ที่ 36” กกต. ตั้งมาแบบมีธงการเมืองหรือไม่ แฉลึกเครือข่ายโยงใยกับผู้ถูกกล่าวหา หลักสูตร พตส. - นธป. รอบตัว “อนุทิน” ทั้งนั้น

“ชยพล” ชำแหละคดีฮั้ว สว. พิรุธ “อนุฯ ที่ 36” กกต. ตั้งมาแบบมีธงการเมืองหรือไม่ แฉลึกเครือข่ายโยงใยกับผู้ถูกกล่าวหา หลักสูตร พตส. - นธป. รอบตัว “อนุทิน” ทั้งนั้น

KEY

POINTS

  • พรรคประชาชนเปิดข้อมูลอนุฯ กกต.ชุดที่ 36 ชี้กรรมการ 5 คนมีความเชื่อมโยงผ่านหลักสูตร พตส. และ นธป. พร้อมตั้งคำถามต่อความเป็นกลางในการวินิจฉัยคดีฮั้ว สว.
  • พบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายการเมืองสีน้ำเงิน ระบุผู้เรียนหลักสูตรดังกล่าวมีนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย รวมถึงนายอนุทิน และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้ถูกกล่าวหาคดีฮั้ว สว.หลายราย
  • จี้ กกต.ไม่รับความเห็นอนุฯ ชุด 36 นายชยพล ตั้งข้อสังเกตเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและความไม่เป็นกลาง พร้อมเสนอให้ กกต.ลงมติสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาตามสำนวนชุดที่ 26 ในวันที่ 14 ก.ย.นี้

6 กันยายน 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ พรรคประชาชนจัดการแถลงข่าว “แสวงหาความจริง: กกต. และ DSI องค์กรของใคร?” นายชยพล สท้อนดี สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ได้นำเสนอข้อมูลความเชื่อมโยงของบุคลากรจากอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 กกต.จำนวน 5 คนที่ลงมติยกคำร้องคดีฮั้ว สว. ได้แก่ อนุชา จันทร์สุริยา, ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล, อัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต, เชาวนะ ไตรมาศ และเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ โดยระบุว่าทั้งหมดต่างมีความเชื่อมโยงผ่านหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) ของ กกต. และหลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย (นธป.) ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีทั้งบุคคลในแวดวง กกต. และบุคคลทางการเมืองเข้าร่วม

 

อย่างไรก็ตาม การเข้าอบรมหลักสูตรเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่ามีการกระทำผิด แต่สิ่งที่ต้องตรวจสอบคือเครือข่ายความสัมพันธ์ดังกล่าวมีผลต่อความเป็นกลางของผู้มีอำนาจวินิจฉัยคดีหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อผู้ที่อยู่ในอนุฯ ที่ 36 มีหน้าที่ตัดสินคดีที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในเครือข่ายเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตถึงความเชื่อมโยงทางธุรกิจของอัฌษไธค์ กับบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคลซึ่งปรากฏอยู่ในสำนวน ซึ่งอาจเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่

ชยพล สท้อนดี สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน

 

นายชยพล ระบุว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เสนอให้ กกต.มีมติตั้งอนุฯ ชุดที่ 36 ขึ้นมาเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด ทุกคนมีจุดเกี่ยวข้องกัน แม้ว่าทั้ง 5 คน จะไม่ได้เรียนรุ่นเดียวกันทั้งหมด แต่สำหรับหลักสูตร พตส. แล้ว เมื่อได้รับเลือกให้เข้าเรียนในหลักสูตร ก็จะได้เป็นสมาชิกของสมาคมแห่งสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งโดยทันที ซึ่งในข้อบังคับสมาคม ข้อ 11(4) ยังกำหนดไว้ด้วยว่า “สมาชิกต้องรักษาไว้ซึ่งความสามัคคีและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน” และนายกสมาคมที่ผ่านมา ก็ล้วนแล้วเป็นคนที่มีที่มาจากพรรคภูมิใจไทยทั้งสิ้น ได้แก่ สรอรรถ กลิ่นประทุม - ประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย (นายกสมาคมคนที่ 1) นายอนุทิน ชาญวีรกุล - นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (นายกสมาคมคนที่ 2) นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย (นายกสมาคมคนปัจจุบัน) ส่วนผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนนั้น เท่าที่ผมลองไล่เช็คดู ก็มีหลายคนที่เป็นสมาชิกของสมาคมแห่งนี้

พตส.-นธป. นักการเมืองสีน้ำเงิน เรียนกันอื้อ “เนวิน” ด้วย

 

ได้แก่ 3. สว.มงคล สุระสัจจะ กลุ่ม 1 จังหวัดบุรีรัมย์ - พตส.2 / 70. สว.วุฒิชาติ กัลยาณมิตร กลุ่ม 11 จังหวัดหนองบัวลำภู - พตส.1 / 187. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย - พตส.3 / 189. สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.กระทรวงคมนาคม สส.จังหวัดศรีสะเกษ เขต 1 และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย - พตส.9 / 195. ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเหรัญญิกพรรคภูมิใจไทย - พตส.4 / 199. ธนยศ ทิมสุวรรณ สส.จังหวัดเลย เขต 3 และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย - พตส.1 / 205. ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.จังหวัดอ่างทอง เขต 1 - พตส.9

 

นอกจากนั้น นายชยพล ระบุว่า ยังตรวจพบว่ามีหลักสูตรอื่นที่ อนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 เรียนด้วยกัน คือ หลักสูตร นธป. “นิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย” ได้แก่ นธป.6 อัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต / นธป.7 อนุชา จันทร์สุริยา / นธป.11 ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล โดยนักการเมืองที่เรียนหลักสูตรนี้ ได้แก่ นธป.6 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี / นธป.6 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ น้องชายของผู้ถูกกล่าวหาที่ 228. เนวิน ชิดชอบ / นธป.8 สรอรรถ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษานายก ประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย

 

หนึ่งในอนุกรรมการอย่าง นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ยังมีคอนเนคชั่นเป็นกรรมการใน 2 บริษัท คือ 1) บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีผู้ถูกกล่าวหาที่ 104. สว.วิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล กลุ่ม 16 จังหวัดเชียงใหม่ ประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา เป็นผู้ถือหุ้น และ 2) บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) ที่มีตระกูลรัชกิจประการ ครอบครัวของผู้ถูกกล่าวหาที่ 198. ชลัฐ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทยลำดับที่ 4 และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้ถือหุ้น

 

นายชยพล ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อผู้ทำการวินิจฉัยชี้ขาดกับผู้ถูกกล่าวหาบางส่วนจาก 229 คน มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน มันไม่ใช่แค่เรื่องคุณสมบัติที่น่าข้องใจแล้วครับ แต่เรื่องความเป็นกลางทางการเมืองด้วยเหมือนกัน โดยระเบียบ กกต. ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๖๖ ข้อ 75 วรรคสาม ระบุว่า “กรณีปรากฏหลักฐานหรือมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของประธานอนุกรรมการวินิจฉัยหรืออนุกรรมการวินิจฉัย อันก่อให้เกิดความเสียหาย ไม่เป็นกลางทางการเมือง ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมอื่นๆ คณะกรรมการนี้มีอำนาจสั่งให้อนุกรรมการวินัยผู้นั้นหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือพ้นจากตำแหน่งได้”

“วันนี้ ผมมั่นใจว่า ข้อมูลที่ผมหามาก็เพียงพอแล้วที่จะบอกว่า อนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 นั้น มีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ว่าจะไม่เป็นกลางทางการเมือง ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ดังนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่จะต้องลงมติกันในวันที่ 14 นี้ ก็ควรที่จะต้องไม่รับฟังความเห็นของอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 นี้ครับ และมีมติให้สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาตามสำนวนการไต่ส่วนของชุดที่ 26 เพื่อให้ศาลฎีกาได้พิจารณาต่อไป”

ข่าวล่าสุด