พตส.-นธป. นักการเมืองสีน้ำเงิน เรียนกันอื้อ “เนวิน” ด้วย
ได้แก่ 3. สว.มงคล สุระสัจจะ กลุ่ม 1 จังหวัดบุรีรัมย์ - พตส.2 / 70. สว.วุฒิชาติ กัลยาณมิตร กลุ่ม 11 จังหวัดหนองบัวลำภู - พตส.1 / 187. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย - พตส.3 / 189. สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.กระทรวงคมนาคม สส.จังหวัดศรีสะเกษ เขต 1 และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย - พตส.9 / 195. ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเหรัญญิกพรรคภูมิใจไทย - พตส.4 / 199. ธนยศ ทิมสุวรรณ สส.จังหวัดเลย เขต 3 และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย - พตส.1 / 205. ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.จังหวัดอ่างทอง เขต 1 - พตส.9
นอกจากนั้น นายชยพล ระบุว่า ยังตรวจพบว่ามีหลักสูตรอื่นที่ อนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 เรียนด้วยกัน คือ หลักสูตร นธป. “นิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย” ได้แก่ นธป.6 อัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต / นธป.7 อนุชา จันทร์สุริยา / นธป.11 ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล โดยนักการเมืองที่เรียนหลักสูตรนี้ ได้แก่ นธป.6 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี / นธป.6 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ น้องชายของผู้ถูกกล่าวหาที่ 228. เนวิน ชิดชอบ / นธป.8 สรอรรถ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษานายก ประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย
หนึ่งในอนุกรรมการอย่าง นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ยังมีคอนเนคชั่นเป็นกรรมการใน 2 บริษัท คือ 1) บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีผู้ถูกกล่าวหาที่ 104. สว.วิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล กลุ่ม 16 จังหวัดเชียงใหม่ ประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา เป็นผู้ถือหุ้น และ 2) บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) ที่มีตระกูลรัชกิจประการ ครอบครัวของผู้ถูกกล่าวหาที่ 198. ชลัฐ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทยลำดับที่ 4 และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้ถือหุ้น
นายชยพล ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อผู้ทำการวินิจฉัยชี้ขาดกับผู้ถูกกล่าวหาบางส่วนจาก 229 คน มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน มันไม่ใช่แค่เรื่องคุณสมบัติที่น่าข้องใจแล้วครับ แต่เรื่องความเป็นกลางทางการเมืองด้วยเหมือนกัน โดยระเบียบ กกต. ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๖๖ ข้อ 75 วรรคสาม ระบุว่า “กรณีปรากฏหลักฐานหรือมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของประธานอนุกรรมการวินิจฉัยหรืออนุกรรมการวินิจฉัย อันก่อให้เกิดความเสียหาย ไม่เป็นกลางทางการเมือง ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมอื่นๆ คณะกรรมการนี้มีอำนาจสั่งให้อนุกรรมการวินัยผู้นั้นหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือพ้นจากตำแหน่งได้”
“วันนี้ ผมมั่นใจว่า ข้อมูลที่ผมหามาก็เพียงพอแล้วที่จะบอกว่า อนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 นั้น มีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ว่าจะไม่เป็นกลางทางการเมือง ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ดังนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่จะต้องลงมติกันในวันที่ 14 นี้ ก็ควรที่จะต้องไม่รับฟังความเห็นของอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 นี้ครับ และมีมติให้สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาตามสำนวนการไต่ส่วนของชุดที่ 26 เพื่อให้ศาลฎีกาได้พิจารณาต่อไป”