เนชั่นทีวี

ข่าว

ศาลนัดตัดสินคดี แก๊งเเฮรี่ คอลเซ็นเตอร์ หลอกแม่ อัยการดาวฃ 11 ส.ค.

07 ก.ค. 2569 | suwat_pan

ศาลนัดตัดสินคดี แก๊งเเฮรี่ คอลเซ็นเตอร์ หลอกแม่ อัยการดาวฃ 11 ส.ค.

ศาลธัญบุรีนัดตัดสินคดี แก๊งเเฮรี่ คอลเซ็นเตอร์ หลอกแม่ “อัยการดาว“ 11 ส.ค.หลังสืบพยานปากสุดท้ายเสร็จเมื่อกลางเดือน มิ.ย.

ศาลนัดตัดสินคดี แก๊งเเฮรี่ คอลเซ็นเตอร์ หลอกแม่ อัยการดาวฃ 11 ส.ค.

สำหรับความคืบหน้าในคดีที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในคดีหลอกลวง นางบุญครอง นิปวณิชย์มารดาของ น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ หรือ “อัยการดาว” อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษสำนักงานคดีอาญา อดีตพนักงานอัยการผู้ทำคดีการเสียชีวิตของนักแสดงสาว แตงโม นิดา โดยขบวนการดังกล่าวใช้วิธี สวมรอยเป็นนายแฮรี่ ชาร์ด นักธุรกิจชาวเวียดนาม ติดต่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์ สร้างความสนิทสนม หลอกให้รัก ก่อนหลอกลวงให้โอนเงินหลายสิบครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 700,000 บาท 

ศาลนัดตัดสินคดี แก๊งเเฮรี่ คอลเซ็นเตอร์ หลอกแม่ อัยการดาวฃ 11 ส.ค.

เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2569 ที่ผ่านมา ที่ศาลธัญบุรี ศาลนัดสืบพยานจำเลยปากสุดท้ายในคดีที่ พนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี ยื่นฟ้อง น.ส.อัญชลี ,นางสาวเวียงสวรรค์ (ชาวลาว) ,บริษัทเอ็น.เอ็น.ทีฯ จำกัด(บริษัทปุ๋ย) ,นายสุพงษ์ ฯ,นายธนกร ,นายธนพน (ทั้งหมดสงวนนามสกุล) จำเลยที่ 1-5 ซึ่งเป็น กลุ่มถูกดำเนินคดีฐานเป็นบัญชีม้าและผู้รับโอนเงิน โดยพบว่า1 ในจำเลย เป็นผู้บริหารโรงงานปุ๋ยในจังหวัดบุรีรัมย์ และมีเส้นทางการเงินหมุนเวียนในบัญชีหลัก หลายร้อยล้านบาท กับ วัยรุ่นสร้างตัวทำซื้อขายเหรียญคริปโต  ในความผิดฐาน ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี , ร่วมกันเป็นอั้งยี่ และร่วมกันเป็นซ่องโจร

,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น โดยทุจริตและโดยหลอกลวง,ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ ในลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน,สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน

 

สำหรับคดีนี้ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ

ศาลนัดตัดสินคดี แก๊งเเฮรี่ คอลเซ็นเตอร์ หลอกแม่ อัยการดาวฃ 11 ส.ค.

โดยในวันนัดสืบพยานจำเลยนัดสุดท้ายนี้ น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ หรือ “อัยการดาว” เดินทางมาพร้อม นางบุญครอง มารดา เเละนายภัทรพงศ์  ไชยปุรณะ บุตรชาย ในฐานะทนายความ เเละโจทก์ร่วมในคดีนี้ 

 

 

โดยภายหลังสืบพยานเสร็จ ศาลจังหวัดธัญบุรีนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 11 ส.ค.เวลา 09.00 น.

 

มีรายงานว่า จำเลยทั้งหมด ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากพนักงานอัยการโจทก์คัดค้านการประกันตัว และศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีมีอัตราโทษสูง เป็นความผิดร้ายแรง และมีลักษณะเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ อย่างไรก็ตามคดีนี้เเม้จะมีการเยียวยาความเสียหายบางส่วนจากจำเลยเเต่คดีนี้เป็น ความผิดอาญาแผ่นดิน ในทางอาญาจึงไม่สามารถยอมความได้ คดียังคงต้องดำเนินต่อไป โดยการชดใช้ค่าเสียหายอาจมีผลเฉพาะในเรื่องการบรรเทาโทษ 

ข่าวล่าสุด