ป.ป.ส. ยัน แอร์มีนา แค่ผู้ต้องกัก คาดยามาจากสามเหลี่ยมทองคำ
06 ก.ค. 2569 | titayu_pur

รองเลขาฯ ป.ป.ส. แจงความคืบหน้าคดีแอร์มีนาขนเฮโรอีน ชี้สถานะยังเป็นผู้ต้องกัก รอพิสูจน์รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เร่งส่งข้อมูลช่วยสู้คดีที่ออสเตรเลีย
ข่าว
06 ก.ค. 2569 | titayu_pur

รองเลขาฯ ป.ป.ส. แจงความคืบหน้าคดีแอร์มีนาขนเฮโรอีน ชี้สถานะยังเป็นผู้ต้องกัก รอพิสูจน์รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เร่งส่งข้อมูลช่วยสู้คดีที่ออสเตรเลีย
KEY
POINTS
6 กรกฎาคม 2569 ป.ป.ส. ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง เร่งขยายผลคดี แอร์มีนา แอร์โฮสเตส ถูกจับกุมพร้อมเฮโรอีน 900 กรัม ที่สนามบินเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ล่าสุดรองเลขาธิการ ป.ป.ส. เผยสถานะปัจจุบันยังเป็นเพียง ผู้ต้องกัก ไม่ใช่ผู้ต้องหา พร้อมส่งหลักฐานประสานตำรวจออสเตรเลียและกงสุล เพื่อช่วยสู้คดี เผยพฤติการณ์อาจตกเป็นเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ ที่ลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่ มาจากกลุ่มทุนสามเหลี่ยมทองคำ
ป.ป.ส.นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้า การปฏิบัติงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดย นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เผยถึงการสืบสวนสอบสวนคดีของแอร์มีนา แอร์โฮสเตสที่ลักลอบขนเฮโรอีนเข้าออสเตรเลีย แต่ถูกจับกุมกลางสนามบินเมลเบิร์น พร้อมของกลางเฮโรอีนน้ำหนักประมาณ 900 กรัม ที่ซุกซ่อนมาในซับในกระเป๋าผ้าลายช้างไทย ว่า ตอนนี้มีการแบ่งการทำงานกัน ซึ่งการจับกุม 3-4 คดี ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถยึดของกลางเป็นเฮโรอีนกว่า 26 กิโลกรัม จะเป็นหน้าที่การรับผิดชอบของ DSI
เนื่องจากพบว่า ขบวนการยาเสพติดรายนี้เป็นองค์กรใหญ่ ในลักษณะอาชญากรรมข้ามชาติ สืบเนื่องจากพฤติการณ์ผู้ต้องหา ไรเดอร์ มีการรับเฮโรอีนมาจากชาวต่างชาติ และยังมี 2 สามีภรรยาสัญชาติลาวเข้ามาเกี่ยวข้อง ช่องทางการรับส่งยาเสพติดแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ ส่งทางไปรษณีย์ และการส่งแบบมือชนมือ
ขณะที่ทางด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ออกมาเปิดเผยแล้วว่า เครือข่ายดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ โดยมีพฤติการณ์ตั้งเพจอวตาร เพื่อทำการทักแชทข้อความแบบหว่านแหไปหาแอร์โฮสเตส หรือคนที่เดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ เพื่อติดต่อรับจ้างขนสินค้าข้ามประเทศ องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้มองในภาพกว้างได้ว่า องค์กรนี้เป็นองค์กรขนาดใหญ่ระดับชาติ และได้มีคำสั่งมอบหมายให้ DSI เข้ามารับผิดชอบคดีนี้ ส่วนคดีที่มีการจับกุมในพื้นที่กรุงเทพฯ นั้นจะมีความเกี่ยวข้องกับแอร์โฮสเตสสาวมีนาหรือไม่ อาจจะต้องมีการนำพยานหลักฐานทุกอย่างมารวมกัน เพื่อดูความเชื่อมโยงอีกครั้ง
ส่วนคดีความฝั่งออสเตรเลีย เราได้มีการหารือกับสำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย หรือ AFP จนทราบว่า ผู้ที่จะมารอรับเฮโรอีนชื่อ เดียร์ เป็นชาวไทยที่มีตัวตนจริง รู้ชื่อและนามสกุลจริงแล้ว ซึ่งเดียร์เข้าไปพำนักอยู่ในออสเตรเลียได้ประมาณ 10 ปี ยังไม่แน่ใจว่า พำนักอยู่ในฐานะอะไร หรือได้เป็นพลเมืองแล้วหรือไม่
ทั้งนี้เชื่อว่าเครือข่ายที่ออสเตรเลีย ก็น่าจะเป็นเครือข่ายใหญ่ ไม่ได้มีแค่คนไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง รวมไปถึงปลายทางในการส่งของจะไปถึงมือใครบ้างนั้น ทาง AFP จะต้องเป็นผู้ขยายผล แต่จากการสืบสวนพบว่า การกระทำของเดียร์ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก พบว่าเคยทำในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง และผู้ที่มารับของยังคงเป็นคนชื่อเดียร์คนนี้ เรามีหลักฐานหลายอย่างที่โยงไปถึงเดียร์ และได้มีการมอบให้กับสำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลียไปแล้ว
ส่วนแฟนหนุ่มของแอร์โฮสเตสสาวมีนา ทางเจ้าหน้าที่ได้เชิญมาให้ปากคำ ซึ่งเจ้าตัวให้ความร่วมมือดี โดยให้ปากคำว่า ภายหลังจากที่แฟนสาวได้รับกล่องสินค้า ที่ไรเดอร์นำมาฝากไว้ ได้นำกล่องดังกล่าวขึ้นไปบนห้องพัก ก่อนจะบรรจุลงกระเป๋าเดินทาง ซึ่งก่อนที่จะบรรจุนั้น ได้มีการเปิดกระเป๋าช้างทุกใบเพื่อตรวจสอบรายละเอียด และพบว่าไม่ได้มีอะไรอยู่ด้านใน จึงได้บรรจุกระเป๋าช้างทั้งหมดลงในกระเป๋าเดินทาง ซึ่งกระเป๋าเดินทางใบดังกล่าว ก็ผ่านเครื่องเอกซเรย์จากฝั่งไทยไป ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ
ส่วนประเด็นเรื่องค่าจ้างที่คำให้การยังไม่เชื่อมโยงกันนั้น รองเลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า สำหรับจำนวนเงิน 8,800 บาท ข้อมูลนี้มาจากฝั่งการสืบสวนของตำรวจออสเตรเลีย ที่ค้นเจอในโทรศัพท์มือถือ แต่ในความเป็นจริงเรายังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีการโอนเงินจำนวน 1,700 บาท 2 ครั้ง โดยครั้งแรกมีการโอนเข้ามาในบัญชีทันทีที่ของถึงมือ ครั้งที่ 2 ตอนที่มีตั๋วจะบิน รวมเป็นเงิน 3,400 บาท แต่จากการตรวจสอบบัญชีของแอร์โฮสเตสสาวมีนา ยังไม่พบรายการดังกล่าว และเงินที่อยู่ในบัญชีก็มีจำนวนไม่มาก จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นจริงหรือไม่ อาจจะต้องมีการสอบสวนในเชิงลึกเพิ่มเติมอีก
ทั้งนี้ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ได้กล่าวถึงคำให้การของไรเดอร์หนุ่มที่เป็นผู้ส่งของให้แอร์มีนาว่า เคยทำการส่งของในลักษณะนี้มาแล้ว 3-4 ครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการส่งของให้กับแอร์มีนา
ส่วนตัวของแอร์โฮสเตสสาวมีนาตอนนี้ ยังอยู่ในสถานะผู้ต้องกักที่รอดำเนินคดี ยังไม่ตกเป็นผู้ต้องหา แต่ส่วนการพิสูจน์ทราบว่า เจ้าตัวมีส่วนรู้เห็นกับการขนยาเสพติดในครั้งนี้มากน้อยแค่ไหน ยังคงไม่สามารถตอบได้ แต่เราก็มีหลักฐาน เช่น คำให้การของไรเดอร์ที่อ้างว่า เป็นการนำของมาส่งให้แอร์มีนาเป็นครั้งแรก ซึ่งก็อาจจะตีความไปในลักษณะที่ว่า การกระทำของแอร์มีนาในครั้งนี้ อาจจะเป็นไปได้ว่าไม่ได้มีความตั้งใจ แต่ก็ยังคงต้องมีอีกหลายประเด็น ที่เราต้องหาข้อมูลว่า การกระทำครั้งนี้เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือไม่ ซึ่งเราจะนำข้อมูลเหล่านี้ส่งไปให้สำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย สถานทูตไทย และกงสุล เพื่อนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในการต่อสู้คดี
ส่วนการเคลื่อนย้ายยาเสพติด ที่มีชาวลาวเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ชี้แจงเส้นทางการขนย้ายยาเสพติดว่า ต้นทางมาจากกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ "สามเหลี่ยมทองคำ" ซึ่งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย การที่จะลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในประเทศ ก็จะมีความพยายามในการลำเลียงเข้ามา ทางภาคเหนือของประเทศไทย แต่เมื่อเจ้าหน้าที่มีการสกัดกั้นเพิ่มมากขึ้นในพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว ทำให้การขนย้ายยาเสพติดมีลักษณะเปลี่ยนไป โดยพยายามนำเข้ามาทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ซึ่งมีพื้นที่ติดกับประเทศลาว แต่ไม่ได้หมายความว่าฝั่งประเทศลาว จะมีการปล่อยปละละเลยในเรื่องนี้ เพราะเรามีการประสานงานแลกเปลี่ยนข้อมูลกันตลอด
ขบวนการขนยาเสพติดถูกกดดัน ไม่ให้ขนยาผ่านทางภาคเหนือของประเทศไทย จึงมีความพยายามเคลื่อนยาเสพติด จากทางฝั่งเหนือเข้าทางฝั่งภาคอีสาน โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดนครพนม จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดเลย และหนองคาย พื้นที่ความกว้างของแม่น้ำโขงก็ไม่ได้มีมากนัก ประกอบกับเป็นเส้นทางยาว ทำให้การวางกำลังเพื่อเฝ้าระวังตลอดแนวทำได้ยาก ทำให้ยาเสพติดเล็ดลอดเข้ามาในประเทศได้บ้าง ซึ่งยาเสพติดที่ตรวจพบส่วนใหญ่พบว่า มีการบรรจุภัณฑ์มาเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะมีการส่งต่อกันเป็นทอดๆ จนกระทั่งสามารถนำยาเข้ามาพักไว้ในพื้นที่ตอนใดของประเทศได้ ซึ่งยาเสพติดในคดีของมีนานั้น อาจจะเป็นเพียงการทำงานสายหนึ่งขององค์กรใหญ่ ที่สามเหลี่ยมทองคำก็เป็นได้ จากการสืบสวนเราพบว่า เครือข่ายนั้นจะมีการแบ่งงานออกเป็นทอดๆ ใครรับผิดชอบหน้าที่อะไรก็จะทำเพียงแค่นั้น ไม่ได้มีความเชื่อมต่อหรือรู้จักกัน
ส่วนการทำงานในประเทศไทยนั้น ตอนนี้เป็นลักษณะของการบูรณาการทั้ง ป.ป.ส., บช.ปส., DSI และกองบัญชาการตำรวจนครบาล เนื่องจากกระบวนการค้ายาเสพติดตอนนี้ ไม่ได้มีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเพียงอย่างเดียว แต่อาจจะเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ หรือการกระทำความผิดอื่นๆ ด้วย ดังนั้นถ้าจะตรวจสอบว่า เป็นเครือข่ายเดียวกันหรือไม่ ต้องมีการตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน