เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดขบวนการลำเลียงเฮโรอีนโยงแอร์มีนา ตัดตอนเป็นทอดๆ

05 ก.ค. 2569 | prisana_tha

เปิดขบวนการลำเลียงเฮโรอีนโยงแอร์มีนา ตัดตอนเป็นทอดๆ

รองผบช.ปส.เผยเครือข่ายแอร์มีนา ขนเฮโรอีนแบ่งหน้าที่เป็นทอดๆ รับของจากเชียงคำ ส่งต่อถึงคนหิ้วไปออสเตรเลีย

รองผบช.ปส.เผยเครือข่ายแอร์มีนา ขนเฮโรอีนแบ่งหน้าที่เป็นทอดๆ รับของจากเชียงคำ ส่งต่อถึงคนหิ้วไปออสเตรเลีย

KEY

POINTS

  • หลังจับกุม นายอุทัย ผู้ส่งกระเป๋าซุกเฮโรอีนให้แอร์มีนา และนายนันทวัฒน์ ผู้ร่วมทำลายหลักฐาน โดยนายอุทัย รับสารภาพ อ้างเพิ่งรับจ้างขนยาเสพติดเพียง 3 ครั้ง
  • รองผบช.ปส. เปิดโครงสร้างขบวนการยาเสพติดข้ามชาติ แบ่งหน้าที่เป็นทอดๆ ทั้งคนจัดหาผู้หิ้วของ บัญชี “แป้งที่แปลว่าแป้ง” คนส่งของในไทย คนโอนเงิน และผู้รับปลายทาง เพื่อป้องกันการสาวถึงตัวการ
  • ตำรวจชี้ต้นทางยาอยู่พื้นที่เชียงคำ จ.พะเยา ซึ่งเป็นแนวชายแดนเชื่อมประเทศเพื่อนบ้าน ลำเลียงผ่านลาวเข้าไทย 

5 กรกฎาคม 2569 คดี “แอร์มีนา” ขนเฮโรอีน 900 กรัมไปออสเตรเลีย ขยายผลต่อเนื่อง หลังตำรวจจับเพิ่ม 2 ผู้ต้องหา เปิดโครงสร้างเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ คดีแอร์มีนาล่าสุด รองผบช.ปส.เผยขบวนการใช้วิธี “ตัดตอน” แบ่งหน้าที่ตั้งแต่ต้นทาง คนส่งพัสดุ คนหิ้วของ และคนรับปลายทาง พร้อมเร่งล่าผู้อยู่เบื้องหลัง

 

เกาะติดการจับกุม แอร์มีนา แอร์สาว สายการบินดัง ขณะหิ้วเฮโรอีน 900 กรัม ซุกในกระเป๋าผ้า จากประเทศไทย ไปที่ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมา มีการขยายผลอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 ประเทศ ทั้งฝั่งไทยและออสเตรเลีย โดยฝ่ายไทยได้เรียกสอบ นายอติราช หรือนายเป้ อายุ 59 ปี ชาวจ.พระนครศรีอยุธยา คนรับจ้างขับรถยนต์ ไปที่คอนโดมิเนียมของแอร์สาว ย่านบางนา เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 69

เปิดขบวนการลำเลียงเฮโรอีนโยงแอร์มีนา ตัดตอนเป็นทอดๆ

 

ต่อมา วันที่ 4 ก.ค. 69 ชุดปราบปรามยาเสพติดกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ จับกุม นายอุทัย อายุ 47 ปี ชาวเผ่าม้ง ชาวจ.น่าน ชายใส่เสื้อแจ็คเก็ตมีฮู้ดสีน้ำเงิน ตัวการสำคัญ ที่นำกล่องพัสดุใส่กระเป๋าผ้าซุกเฮโรอีนไปส่งแอร์มีนาที่คอนโดฯ โดยจับกุมได้ที่ จ.พิษณุโลก ขณะกำลังเดินทางหลบหนีออกชายแดน และล่าสุดวันนี้ (5 ก.ค. 69) สามารถจับกุมนายนันทวัฒน์ อายุ 47 ปี ชาว จ.พะเยา เพื่อนของนายอุทัย ที่ร่วมกันทำลายหลักฐาน นำกระเป๋าผ้าซุกเฮโรอีนไปทิ้งตามจุดต่างๆ หลังรู้ข่าวว่าแอร์มีนา ถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย

 

เปิดขบวนการลำเลียงเฮโรอีนโยงแอร์มีนา ตัดตอนเป็นทอดๆ

 

โดยวันนี้(5 ก.ค. 69) พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(รองผบช.ปส.) ให้ข้อมูลหลังคุมตัว นายอุทัย ชายใส่ฮู้ดน้ำเงินถือกล่องพัสดุไปส่งให้แอร์มีนา และนายนันทวัฒน์ เพื่อนของนายอุทัย ที่นำกระเป๋าผ้าซุกซ่อนเฮโรอีนไปทิ้งทำลาย มาควบคุมที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ว่า เบื้องต้นจากการสอบปากคำ นายอุทัย ให้การรับสารภาพ และขณะนี้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดแล้ว และอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล โดย บช.ปส.จะนำตัวไปฝากขังในวันพรุ่งนี้ (6 ก.ค.69)

เปิดขบวนการลำเลียงเฮโรอีนโยงแอร์มีนา ตัดตอนเป็นทอดๆ

 

ส่วนการสืบสวนพบว่า นายอุทัยเพิ่งเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ หลังมีข่าวการจับกุมแอร์มีนา และมีการทำลายยาเสพติดทิ้ง จึงเชื่อว่ามีความชำนาญในการทำลายหลักฐาน โดยทราบว่าตัวเองขนส่งยาเสพติด โดยอ้างว่าเพิ่งทำเพียง 3 ครั้ง เท่านั้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผล

 

ส่วนคนที่ใช้บัญชีปริศนาชื่อว่า “แป้งที่แปลว่าแป้ง” ทักชวน “รับหิ้วของไปออสฯ” จากการสืบสวนพบว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่จัดหาคนหิ้วของไปส่งที่ประเทศปลายทาง เป็นคนละกลุ่มกับนายอุทัย ที่ส่งของในไทย ซึ่งขบวนการนี้มีการแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขั้นตอน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลทั้งในและต่างประเทศ

 

ส่วนเครือข่ายนี้เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ บช.ปส.เฝ้าระวังอยู่ก่อนหน้านี้หรือไม่ พล.ต.ต.สมบูรณ์ ระบุว่า ที่ผ่านมาตำรวจ ปส. มีการจับกุมขบวนการยาเสพติดมาโดยตลอด ทั้งกลุ่มที่แฝงตัวมากับระบบขนส่งโลจิสติกส์ การจับกุมที่สนามบิน /จับกุมแอร์โฮสเตสหรือสจ๊วต ซึ่งเคยจับกุมมาแล้ว

  

เปิดขบวนการลำเลียงเฮโรอีนโยงแอร์มีนา ตัดตอนเป็นทอดๆ

 

แต่สำหรับเคสของนายอุทัย อาจยังไม่พบความเชื่อมโยงโดยตรง แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น บช.ปส.ได้ประสานข้อมูลร่วมกับทุกหน่วยงาน ทั้ง สำนักงาน ป.ป.ส. และกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อตรวจสอบเปรียบเทียบกับพฤติการณ์ในคดีเก่าๆ ว่าเคยมีรูปแบบที่คล้ายคลึงกันเกิดขึ้นมาก่อนหรือไม่

 

ส่วนเส้นทางลำเลียงยาเสพติดที่มีรายงานว่า มาจากอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา รอง ผบช.ปส. ยืนยัน ว่า นายอุทัย รับยาเสพติดมาจากพื้นที่ อ.เชียงคำ จริง ในอดีตพื้นที่ดังกล่าว เคยมีการจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่หลายล้านเม็ดมาแล้ว เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีแนวชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน(ลาว) จึงมีโอกาสที่กลุ่มขบวนการจะใช้ลักลอบขนส่ง โดยส่วนใหญ่ยาเสพติดจะมาจากประเทศเมียนมา แต่ใช้วิธีเลาะตัดผ่านเข้ามาทางประเทศลาว เนื่องจากช่องทางตรงเข้าไทยทำได้ลำบาก

   

เปิดขบวนการลำเลียงเฮโรอีนโยงแอร์มีนา ตัดตอนเป็นทอดๆ

 

ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไม่มีการลักลอบเฉพาะที่ อ.เชียงคำ เพียงจุดเดียว ปัจจุบันมีหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง และกองกำลังทหารร่วมกันดูแลพื้นที่แนวชายแดนอย่างเข้มงวด

 

นอกจากนี้ รอง ผบช.ปส. ยังได้วิเคราะห์ถึงรูปแบบของขบวนการนี้ ว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีชาวต่างชาติจากประเทศเพื่อนบ้าน เป็นต้นทางของหัวขบวนการ แต่ลักษณะการทำงานของเครือข่ายนี้จะใช้วิธีตัดตอนเพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่สาวถึงตัว เช่น การว่าจ้างขนส่งผ่านระบบพัสดุ การจ้างบุคคลสลับสับเปลี่ยนหน้าที่กันไป มีคนคอยรับช่วงต่อเป็นทอดๆ รวมถึงกลุ่มคนที่ทำหน้าที่โอนเงินก็จะเป็นอีกชุดหนึ่ง ทำให้ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไม่ได้ทำงานคนเดียวตั้งแต่ต้นทางคือ เชียงคำจนถึงปลายทาง

ข่าวล่าสุด