"กัมพูชา" ส่งหนังสือความเสียใจ ระเบิดกองขยะทำทหารไทยเจ็บ แต่ไร้ขอโทษ
06 ม.ค. 2569
"กัมพูชา" ส่งหนังสือถึงกองทัพภาคที่ 2 เสียใจระเบิดกองขยะทำทหารไทยเจ็บ แต่ไร้คำขอโทษ อ้างเคารพข้อตกลงหยุดยิง ขณะที่กองทัพภาคที่ 2 ยันคุมสถานการณ์ช่องบกอยู่หมัด
ข่าว
06 ม.ค. 2569
"กัมพูชา" ส่งหนังสือถึงกองทัพภาคที่ 2 เสียใจระเบิดกองขยะทำทหารไทยเจ็บ แต่ไร้คำขอโทษ อ้างเคารพข้อตกลงหยุดยิง ขณะที่กองทัพภาคที่ 2 ยันคุมสถานการณ์ช่องบกอยู่หมัด
6 มกราคม 2569 มีรายงานว่า พลจัตวา นิด ณารง รองเสนาธิการ ภูมิภาคทหารที่ 4 ประธานกองเลขานุการคณะกรรมการชายแดน ส่วนภูมิภาคกัมพูชา - ไทย ทำหนังสือส่งถึง กองทัพภาคที่ 2
เรื่อง กรณีทหารกัมพูชาทำความสะอาด จัดระเบียบให้มีความเรียบร้อย โดยทำการเผาขยะที่รวบรวมไว้ในฐานที่ตั้งในเขตอธิปไตยของกัมพูชา
เมื่อเวลา 07.27 นาฬิกา ของวันที่ 6 มกราคม 2026 ในพื้นที่บริเวณมุมเบีย (ช่องบก) จังหวัดพระวิหาร
กองกำลังของกัมพูชา ได้ดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ฐานที่ตั้ง และทำความสะอาดโดยการเผาขยะภายในเขต ในระหว่างนั้นได้เกิดเหตุระเบิดของกระสุนชนิด DKZ ที่ตกค้างอยู่ในกองขยะ ส่งผลให้ทหารกัมพูชาที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัสและเล็กน้อย รวม 2 คน ทำให้เกิดความตื่นตระหนกแก่กองกำลังฝ่ายไทยที่ตั้งฐานอยู่ใกล้เคียงกัน
เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิดระหว่างเราทั้งสอง กระผมขอชี้แจงต่อ ท่านเสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 ประธานกองเลขานุการคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย - กัมพูชา ด้านกองทัพภาคที่ 2 กรุณาทราบ ดังนี้
พวกเราขอแสดงความเสียใจต่ออุบัติเหตุในครั้งนี้ และขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า กัมพูชายังคงยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี พื้นฐานกรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้งในนามประเทศที่มีความรับผิดชอบสูงและรักในสันติภาพ ซึ่งรัฐบาลกัมพูชา กองกำลังของกัมพูชา ยืนยันอย่างจริงใจ ซื่อตรงในการเคารพและปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชา - ไทย ที่ได้ลงนามไว้เมื่อ 28 กรกฎาคม 2025 แถลงการณ์ร่วม ว่าด้วยข้อตกลงสันติภาพระหว่างกัมพูชา - ไทย ที่ได้ลงนามไว้เมื่อ 26 ตุลาคม 2025 ประกาศร่วมของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปกัมพูชา- ไทย สมัยพิเศษครั้งที่ 33 ที่ลงนามไว้เมื่อ 27 ธันวาคม 2025 และเอกสารข้อตกลงอื่นๆ ตามกรอบคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคระหว่างภูมิภาคทหารที่ 4 กัมพูชา กับ กองทัพภาคที่ 2 ไทย เพื่อฟื้นฟูสถานการณ์ให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว และสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ รวมถึงความปลอดภัยให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนของประเทศทั้งสอง
ขณะที่ กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ตามที่ฝ่ายกัมพูชาได้มีหนังสือแสดงความเสียใจ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อ 6 มกราคม 2569 ในพื้นที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ปัจจุบันกองทัพภาคที่ 2 สามารถควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง กำลังพลมีความพร้อม ทั้งด้านการเฝ้าตรวจและการป้องกันพื้นที่ มีการบริหารจัดการสถานการณ์ด้วยความรอบคอบ เข้มแข็ง และเป็นระบบ การปฏิบัติการเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชน และป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย
กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า การปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลตลอดแนวชายแดน เป็นไปเพื่อการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักรไทย ตามสิทธิอันชอบธรรมภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและหลักการสากลมาโดยตลอด ไทยยึดมั่นในพันธกรณีและข้อตกลงที่ได้ร่วมลงนาม ใช้ความอดกลั้นและความรับผิดชอบสูงสุด หลีกเลี่ยงการใช้กำลังเกินสมควร และดำเนินการด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ บนพื้นฐานของการรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงของภูมิภาค
ในส่วนของความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กองทัพภาคที่ 2 คาดหวังให้ฝ่ายกัมพูชาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างจริงจังและเปิดเผย การกำหนดมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก รวมทั้งการประสานงานผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ลดความหวาดระแวง และฟื้นฟูสถานการณ์ให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว อันจะนำไปสู่สันติภาพ เสถียรภาพ และความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดนอย่างยั่งยืน
