เนชั่นทีวี

ข่าว

ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์จีน รวบ 2 หญิงไทย ใช้ซิมบอกซ์หลอกเหยื่อ

24 พ.ค. 2569 | prisana_tha

ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์จีน รวบ 2 หญิงไทย ใช้ซิมบอกซ์หลอกเหยื่อ

ปอท.จับ 2 หญิงไทยเอี่ยวแก๊งคอลเซ็นเตอร์จีน ใช้ซิมบอกซ์โทรหลอกเหยื่อ สารภาพเคยทำงานเป็นฝ่ายการตลาด เว็บพนันในปอยเปต

ปอท.จับ 2 หญิงไทยเอี่ยวแก๊งคอลเซ็นเตอร์จีน ใช้ซิมบอกซ์โทรหลอกเหยื่อ สารภาพเคยทำงานเป็นฝ่ายการตลาด เว็บพนันในปอยเปต

KEY

POINTS

  • ตำรวจ บก.ปอท. ร่วมกับ สภ.คลองหาด จ.สระแก้ว จับหญิงไทย 2 ราย เอี่ยวขบวนการ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ข้ามชาติ ดำเนินคดี ฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน อั้งยี่ และร่วมองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
  • อ้างเป็นเจ้าหน้าที่เครือข่ายมือถือและตำรวจ ข่มขู่เหยื่อให้โอนเงินตรวจสอบบัญชี เจ้าหน้าที่สืบพบการใช้ “ซิมบอกซ์” ใน จ.สระแก้ว บุกค้น 3 จุด ตรวจยึด 12 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์อินเตอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก
  • ผู้ต้องหารับสารภาพ เคยทำงานเว็บพนันในปอยเปต ก่อนรับงานจาก “บอสชาวจีน” หาเช่าสถานที่ติดตั้งซิมบอกซ์ แลกรับค่าจ้างเป็นคริปโต

“ปอท.” บุกทลาย “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ใช้ “ซิมบอกซ์” โทรหลอกเหยื่อ รวบ 2 สาวไทยเครือข่ายบอสชาวจีน ติดตั้งซิมบอกซ์ ในสระแก้ว ก่อเหตุผิดกฎหมายแลกค่าจ้างเป็น “คริปโต”

 

24 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท. สั่งการให้ พ.ต.อ.นิธิ ตรีสุวรรณ รรท.ผกก.2 บก.ปอท. พ.ต.ท.ศุภเดช ธนชัยศิริ สว.กก.2 บก.ปอท. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหาด จ.สระแก้ว ร่วมกันจับกุม น.ส.ปัณวรรธน์ อายุ 43 ปี และ น.ส.น้ำอ้อย อายุ 45 ปี ในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ, มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่ โดยจับกุมได้ที่ สภ.คลองหาด จ.สระแก้ว

ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์จีน รวบ 2 หญิงไทย ใช้ซิมบอกซ์หลอกเหยื่อ

 

สืบเนื่องจากตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 พบสถิติคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลักษณะข่มขู่ทางโทรศัพท์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคนร้ายมักโทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เครือข่ายโทรศัพท์ ตำรวจ หรือหน่วยงานรัฐ หลอกให้เหยื่อโอนเงินตรวจสอบบัญชี จากการตรวจสอบผ่านระบบ Thaipoliceonline พบคดีลักษณะดังกล่าวมากกว่า 630 คดี มูลค่าความเสียหายรวมเกือบ 120 ล้านบาท

 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนในคดีของผู้เสียหายรายหนึ่ง หลังถูกคนร้ายโทรศัพท์อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทเครือข่ายมือถือ แจ้งว่ามีการเปิดเบอร์โทรศัพท์ในชื่อผู้เสียหายที่ จ.เลย และถูกนำไปใช้ก่อเหตุหลอกลวงผู้อื่น ก่อนจะมีคนร้ายอีกคนอ้างตัวเป็นตำรวจ ข่มขู่ให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี กระทั่งผู้เสียหายเริ่มเอะใจว่าเป็นมิจฉาชีพ จึงรีบแจ้งศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ หรือ ACSC

ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์จีน รวบ 2 หญิงไทย ใช้ซิมบอกซ์หลอกเหยื่อ

 

ภายหลังศูนย์ ACSC ประสานข้อมูลร่วมกับบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ จนสืบทราบว่าคนร้ายใช้เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบใส่ซิมการ์ด หรือ “ซิมบอกซ์” (Sim Box หรือ GSM Gateway) ในพื้นที่ จ.สระแก้ว เป็นเครื่องมือก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จึงเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นห้องเช่าและบ้านพักรวม 3 จุดในพื้นที่ จ.สระแก้ว ก่อนตรวจยึดเครื่องซิมบอกซ์ได้จำนวน 12 เครื่อง พร้อมเราเตอร์ไวไฟ โทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก อีกหลายรายการ

 

พร้อมกันนี้ยังจับกุม นายสันติโชค ช่างรับติดตั้งอินเตอร์เน็ต ซึ่งคอยรับจ้างจากนายจ้างชาวไทยให้ติดตั้งเครื่องซิมบอกซ์ดังกล่าว ก่อนขยายผลจนทราบถึงผู้สั่งการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม

 

ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์จีน รวบ 2 หญิงไทย ใช้ซิมบอกซ์หลอกเหยื่อ

 

ต่อมาพบว่า น.ส.ปัณวรรธน์ และ น.ส.น้ำอ้อย ผู้ต้องหาทั้งสอง มาปรากฏตัวอยู่ที่ สภ.คลองหาด จ.สระแก้ว เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมตัวทันที

 

สอบสวนผู้ต้องหา ให้การว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานเว็บพนันออนไลน์ในฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ตำแหน่งฝ่ายการตลาด มีหน้าที่หาลูกค้า เมื่อช่วงปลายปี 2568 หลังจากเดินทางกลับมาอยู่ประเทศไทย ต้องการหารายได้เสริม จึงเข้าไปหางานผ่านกลุ่มออนไลน์ในปอยเปต ก่อนจะมีชาวจีนติดต่อว่าจ้างให้ช่วยหาเช่าสถานที่ในประเทศไทยสำหรับติดตั้งอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และเครื่องซิมบอกซ์ มีค่าจ้างเครื่องละ 10,000 บาทต่อเดือน

 

ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์จีน รวบ 2 หญิงไทย ใช้ซิมบอกซ์หลอกเหยื่อ

 

ผู้ต้องหายังให้การต่อว่า ได้ว่าจ้างช่างอินเตอร์เน็ตให้เข้าติดตั้งอุปกรณ์ตามจุดต่างๆ และรับค่าจ้างจากบอสชาวจีนในรูปแบบเหรียญดิจิทัล หรือคริปโตเคอร์เรนซี โดยแต่ละจุดจะใช้งานไม่เกิน 2-3 เดือน ก่อนเปลี่ยนสถานที่ติดตั้งใหม่ตามคำสั่งของบอสชาวจีน เพื่อหลบเลี่ยงการติดตามของเจ้าหน้าที่และลดความเสี่ยงในการถูกจับกุมด้วย

 

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป