เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดแฟ้มล่า "อิสมาแอ มูซอ" โยงเหตุรุนแรงภาคใต้ พบหมายจับ 4 คดี

22 พ.ค. 2569 | thunchanok_kul

เปิดแฟ้มล่า "อิสมาแอ มูซอ" โยงเหตุรุนแรงภาคใต้ พบหมายจับ 4 คดี

เปิดแฟ้มประวัติ “อิสมาแอ มูซอ” ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีความมั่นคง 4 คดี พบเชื่อมโยงเหตุรุนแรงหลายพื้นที่ชายแดนใต้ เคยได้รับการประกันตัว แต่หลบหนีจนถึงปัจจุบัน

22 พฤษภาคม 2569 พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ “นายอิสมาแอ มูซอ” ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า เป็นบุคคลตามหมายจับในคดีความมั่นคงและคดีอาญารวม 4 หมาย อีกทั้งยังมีข้อมูลเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความรุนแรงหลายเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

จากการตรวจสอบรายละเอียด พบว่า นายอิสมาแอ มูซอ เป็นบุคคลตามหมายจับคดีความมั่นคงและคดีอาญารวม 4 หมาย ประกอบด้วย 

  • หมายที่ 758/2551  ลงวันที่ 20 กันยายน 2551 เกี่ยวข้องกับคดีร่วมกันก่อการร้าย ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณโดยไม่ได้รับอนุญาต และโดยไม่มีเหตุอันสมควร จากเหตุการณ์ นายอิสมาแอล มอซู (หรือมะแอ ท่าหยี) ร่วมกับ นายมาหามะสาลาอูดิง  วิชา ร่วมกันก่อการร้าย โดยวางแผนแล้วใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะไล่ตามใช้อาวุธยิง นายจำนงค์ เจียมจันทร์ ตายที่ถนนลำไพล - สะบ้าย้อย หมู่ที่ 1 ตำบลลำไพล อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2549 เวลาประมาณ 0750 น. หลังเกิดเหตุแล้วพากันหลบหนี 
  • หมายที่ 158/2554  ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2554 เกี่ยวข้องกับคดีร่วมกันก่อการร้าย อั้งยี่ ซ้องโจร ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวและไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ 
  • หมายที่ 339/2560  ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2560 เกี่ยวข้องกับคดีร่วมกันก่อการร้ายโดยใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อสร้างความปั่นป่วนโดยให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน, ร่วมกันเป็นอั้งยี่และซ่องโจร ร่วมกันฆ่าและพยายามผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธปืนยิงเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิด จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส, ร่วมกันซ้อนเร้นทำลายศพ ร่วมกันทำลายพยานหลักฐาน, ร่วมกันมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร, ร่วมกันทำ,มี และใช้วัตถุระเบิด ซึ่งนายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้โดยไม่ได้รับอนุญาต
  • หมายที่ 167/2560  ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 เกี่ยวข้องกับคดีร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง โดยผิดกฎหมาย 

นอกจากนี้ ยังพบพฤติการณ์เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หลายเหตุการณ์ ประกอบด้วย 

  • ร่วมก่อเหตุลอบวางเพลิงกล้องวงจรปิดในพื้นที่ ตำบลพร่อน อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2556 
  • ร่วมก่อเหตุการแขวนป้ายข้อความเชิงสัญลักษณ์ บริเวณสะพาน บ้านสาคอ หมู่ที่ 4 ตำบลท่าสาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2556 
  • ร่วมก่อเหตุวางระเบิด ติดตั้งในรถยนต์กระบะหน้าร้านราชาเฟอร์นิเจอร์ เขตเทศบาลเมืองยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2557 (1 ใน 8 จุดที่ก่อเหตุระเบิด
  • เคยถูกจับกุม เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2557 เวลา 16.00 น. ขณะกำลังขุดหลุมศพนายซาการี ยะลาแป (ผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับสูง BRN ป่วยเสียชีวิต ประเทศมาเลเซีย) ให้การปฏิเสธ ความเกี่ยวข้อง ผกร. ทุกกรณี ต่อมา เมื่อ 8 สิงหาคม 2557 ส่งควบคุมตัว ณ ศพส.ศปก.ตร.สน. ตามหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
  • ต่อมา เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2557 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา รับตัวนายอิสมาแอ มูซอ ดำเนินคดี ตามหมายจับ ป.วิอาญา ที่ 307/57 ลง 29 สิงหาคม 2557 ข้อกล่าวหาร่วมกันก่อการร้ายด้วยการวางระเบิด ทำให้เกิดอัตรายต่อชีวิตฯ พฤติการณ์กระทำผิด ร่วมกับพวกก่อเหตุลอบวางระเบิดในเขตเทศบาลนครยะลา เมื่อ 6 - 7 เมษายน 2557 ต่อมาได้รับการประกันตัว และหลบหนีประกันจน ถึงปัจจุบัน 
  • ร่วมก่อเหตุลอบวางระเบิด 45 จุด (62 ลูก) ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อ 14 – 16 พฤษภาคม 2558

ทั้งนี้ จากประวัติข้างต้นทำให้เห็นว่าผู้ต้องหาคนดังล่าว มีหมายจับและมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีความมั่นคงอีกหลายคดี และเคยได้รับการประกันตัว แต่กลับหลบหนีการประกันในเวลาต่อมา จนนำไปสู่การเข้าไปเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุความรุนแรงเพิ่มเติมในพื้นที่อีกหลายคดี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อไป